ตอนที่ 445 ความลึกลับของโลงศพขนาดเล็ก
กลุ่มของนายน้อยกระดูกทองคำนำของที่พวกเขาทั้งหมดได้จากสุสานใหญ่ออกมา แต่พวกเขาก็ไม่มีมากเท่ากับกลุ่มของเจ้าชายประกายศักดิ์สิทธิ์ นี้เป็นเพราะกลุ่มของเจ้าชายประกายศักดิ์สิทธิ์นั้นนำศิษย์มาเป็นจำนวนมากและอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานกว่า จึงมีปลามากในการแลกเปลี่ยน
การแสดงออกของหลี่ฉีเย่นั้นเปลี่ยนไปหลังจากภูติปีศาจนำโลงศพไม้นี้ออกมาและเอ่ย " สิ่งนี้ตกไปอยู่ในมือของเจ้าได้อย่างไร ? " หลี่ฉีเย่มองไปยังโลงศพและสังเกตมันอย่างระวัง
" โชคชะตา " ภูติปีศาจมองไปยังหลี่ฉีเย่และเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " เจ้าต้องการมัน ? เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ ? แลกกับสิ่งที่อยู่ภายในขวดนั้น "
หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเบาๆและเอ่ย " เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ต้องการแลกเปลี่ยนของในขวด แต่ข้าต้องได้โลงศพไม้นี้ "
" ฮึ่ม ! เจ้ามีสมบัติจากสุสานใหญ่จำนวนเท่าไหร่กัน ? " เจ้าชายเอ่ยอย่างเย็นชา " เจ้ามีพอจะแลกเปลี่ยนกับโลงศพของผู้อาวุโสรึ ? "
ไม่แปลกที่เจ้าชายจะโกรธ ในบรรดาคนทั้งกลุ่ม กลุ่มของเขานั้นมีสมบัติในสุสานใหญ่มากที่สุดและอาจจะได้รับการแลกเปลี่ยนกับภูติปีศาจ ตอนนี้เขามีโอกาสได้รับการแลกเปลี่ยนอีกครั้ง ทว่าหลี่ฉีเย่ก็ปรากฏตัวและขัดขว้างเขาอีกครั้ง
หลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจเจ้าชายและเอ่ยกับภูติปีศาจ " แม้ว่าข้าจะไม่สามารถแลกเปลี่ยนขวดนี้กับเจ้าได้ แต่ข้ามั่นใจว่าข้ามีสิ่งที่เจ้าต้องการ "
หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็หยิบกล่องสมบัติอีกอันให้กับภูติปีศาจ เมื่อภูติปีศาจเปิดกล่องนั้นมันเต็มไปด้วยสีทองส่องประกาย เขาทันใดนั้นก็ปิดมันอย่างรวดเร็วและรีบสงบจิตใจของตัวเอง
" นี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ข้าต้องการ " ภูติปีศาจนั้นมอบโลงศพไม้ให้กับหลี่ฉีเย่และเอ่ย " สิ่งนี้เป็นของเจ้าแล้ว "
ไม่มีใครรู้ว่าภายในกล่องของหลี่ฉีเย่นั้นมีอะไรถึงได้ดึงดูดภูติปีศาจได้ แน่นอนว่าภูติปีศาจนี้ต้องถูกล่อลวง ! ภายในกล่องนั้นคือใบอ่อนของโลกต้นไม้ ใบสุดท้าย !
สิ่งที่เป็นเหมือนกับตำนานของโลก มีเพียงหลี่ฉีเย่คนเดียวที่มีมัน ภูติปีศาจแน่นอนว่าต้องการมันและมีความสุขอย่างมากในการแลกเปลี่ยน
" พวกเราอาจจะได้พบกันอีกหากโชคชะตานำพา " ภูติปีศาจนั้นเอ่ยกับหลี่ฉีเย่และหายไป
หลี่ฉีเย่นั้นมองดูภูติปีศาจที่หายไปและลูบโลงศพไม้พร้อมกับถอนหายใจ ของสิ่งนี้สุดท้ายก็ตกมาสู่มือของเขา ใครกันจะคาดเดาได้ ?
อีกด้านหนึ่ง ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นสงสัยเกี่ยวกับของภายในกล่องที่นายน้อยของนางต้องการอยากได้
แม้ว่าจะอยู่ด้วยกันมาไม่นาน นางก็รู้ว่ามีของจำนวนไม่มากที่ดึงดูดความสนใจของหลี่ฉีเย่ได้ หลี่ฉีเย่นั้นกระทั้งมอบจันทร์เสี้ยวอมตะให้กับนาง แต่โลงศพไม้ธรรมดานี้กลับทำให้เขาอยากได้ ของแบบใดกันที่อยู่ภายใน ?
หลังจากภูติปีศาจจากไป กลุ่มต่างๆก็เริ่มแยกย้ายกันออกไปรวมถึงกลุ่มของนายน้อยกระดูกทองคำ
ก่อนเย่ชาจะจากไป เขานั้นส่งสายตาและรอยยิ้มชั่วร้ายให้กับหลี่ฉีเย่และฉิวหรงว่านเสวี่ย เขานั้นไม่มีทางไม่สนใจสมบัติที่ทั้งสองได้รับ
" เจ้ามนุษย์ ล้างคอรอไว้ได้เลย ! " เจ้าชายนั้นจ้องหลี่ฉีเย่และแค่นเสียง
มันมีอีกคนหนึ่งที่ให้ความสนใจหลี่ฉีเย่เป็นพิเศษก่อนจะจากไป - โม่หลี่ต้า เขานั้นมองดูหลี่ฉีเย่จากสถานที่ห่างไกลด้วยสายตาที่น่ากลัว จากนั้นก็ยิ้่มก่อนจะจากไป
ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นรู้สึกได้ถึงบรรยายกาศพิเศษ แม้ว่าจะยังไม่มีใครลงมือ นางก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น " ข้าเกรงว่ามีบางคนนั้นต้องการสมบัติของพวกเรา พวกเราควรจีบออกจากเมืองตอนนี้ หากไม่เมื่อกลางคืนมาถึง บางทีพวกเราจะต้องสูญเสียมันไป "
" จากไป ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ยอย่างสบาย " ทำไมพวกเราจะต้องจาก ? หากมีคนต้องการตาย เช่นนั้นก็ให้พวกมันเข้ามา "
ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นทำได้เพียงยิ้ม หากนายน้อยของนางกล่าวเช่นนั้น นางเองก็ไม่มีสิทธิ์เอ่ยสิ่งใดเพิ่ม แต่นางนั้นยังคงระวังเพราะนางรู้ตัวว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ชาหรือเจ้าชายประกายศักดิ์สิทธิ์
ไม่เพียงหลี่ฉีเย่ไม่จากไป เขายังคงค้างในโรงแรมภายในใจกลางเมือง แน่นอนว่าโรงแรมภายในสุสานใหญ่นั้นถูกดูแลโดยกลุ่มก้อนความรู้สึก
มันต้องใช้ความกล้าหาญเล็กน้อยที่จะพักอยู่ในโรงแรมนี้ แต่พวกเขาจะได้รับประโยชน์บางอย่างจาการดูแลของผี ผู้มาใหม่นั้นจำเป็นต้องหาสถานที่พักและมันเหมาะสมอย่างมากหากจะให้ผีเป็นคนดูแล
" ทำไมพวกเราจึงพักที่นี่ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ย มีคนนอกไม่มากที่พักอยู่ในโรงแรมนี้ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะใช้ศาลาหรือว่าวิหารในการพักผ่อนกัน
" พวกเราจะอยู่ที่นี่อีกหลายวัน " หลี่ฉีเย่ตอบด้วยรอยยิ้ม " เมื่อพวกเรามายังใจกลางเมือง ข้าต้องหาบางคน ไม่สิ ผีบางตัว ข้าสงสัยว่าเขาจะยังอยู่ในกลางเมืองหรือไม่ "
ฉิวหรงว่านเสวี่ยไม่ได้เอ่ยถามหลังจากได้ยินคำกล่าวของเขา ตอนนี้นางนั้นทำตามทุกอย่างที่หลี่ฉีเย่บอก
นางนั้นเห็นว่าหลี่ฉีเย่กำลังเล่นกับโลงศพไม้อยู่ นางจึงเอ่ยอย่างอยากรู้อยากเห็น " ภายในโลงศพไม้นั้นมีอะไร ? "
นับตั้งแต่พวกเขาเข้ามาพักที่โรงแรม หลี่ฉีเย่ก็เล่นอยู่กับโลงศพไม้โดยที่เขาไม่มีท่าว่าจะเบื่อ สิ่งที่แปลกก็คือเขานั้นไม่ได้เปิดมันออก
" มันจะดีกว่าหากเจ้าไม่รู้สิ่งที่อยู่ภายใน นอกจากนี้โลงศพไม้นี้ก็ยังเป็นธรรมชาติ " หลี่ฉีเย่อมยิ้มตอบ
" ธรรมชาติ ? มันหมายความว่าอย่างไร ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยเอ่ยถาม
" ธรรมชาติหมายความว่านี้คือรูปร่างเดิมของมัน " หลี่ฉีเย่อธิบาย " แปดโลงศพแรกนั้นเป็นสิ่งที่ภูติปีศาจนำมาใส่ ตัวอย่างเช่นรังไหมจักจั่น มันต้องการหัวใจมณีเพื่อสร้างรังไหม ดังนั้นภูติปีศาจต้องหาหัวใจมณีเพื่อเก็บมันไว้ "
ฉิวหรงว่านเสวี่ยเข้าใจได้ในทันที " ดังนั้นนายน้อยหมายความโลงศพนี้เป็นรูปร่างเดิมของมัน "
หลี่ฉีเย่พยักหน้าเอ่ย " ไม่มีใครสามารถนำสิ่งที่อยู่ภายในออกมาได้ อย่างน้อยภูติปีศาจก็ไม่สามารถ ของภายในกล่องนี้นั้นอยู่มาเป็นเวลานานและกวาดผ่านโลกทั้งสามพัน "
" นี้เป็นสมบัติ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยมองไปยังโลงศพ หากนายน้อยของนางไม่บอกถึงความสำคัญของมัน นางคงไม่มีทางเห็นคุณค่าของมัน
" สมบัติ ? " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " ข้าเกรงว่านไม่มีสมบัติใดในโลกนี้สามารถเทียบกับมันได้ มันใช่สมบัติ แต่มันเป็นยิ่งกว่าสมบัติ หากภูติปีศาจนั้นไม่เร่งรีบ เช่นนั้นบางทีเขาอาจจะลังเลที่จะแลกเปลี่ยน "
" เจ้ารู้จักภูติปีศาจนั้นรึ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยเอ่ยถาม นางรู้สึกว่าเขาเหมือนกับจะรู้ตัวตนของภูติปีศาจนั้น
หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างลึกลับ " แม้ว่าข้าจะไม่สามารถเห็นภายในของมันได้ตอนนี้ แต่ข้าสามารถนำของภายในโลงศพสีน้ำตาลออกมาให้เจ้าดูได้ " หลังจากเอ่ย เขาก็นำโลงศพสีน้ำตาลออกมา
โลงศพสีน้ำตาลเข้มนี้หนักอย่างมาก เขานั้นเปิดฝามันออก ภายในนั้นมีห้าประตูถูกวางไว้ด้านบน
ประตูทั้งห้านั้นมีขนาดเท่ากันและเรียงต่อกัน พวกทำให้เกิดเป็นรูปประตูขนาดใหญ่
แต่ละประตูนั้นมีรูปแบบที่แตกต่างกัน และมีตัวอักษรจำนวนมากถูกสลัก
ฉิวหรงว่านเสวี่ยไม่เข้าใจรูปและตัวอักษรเหล่านี้ แต่นางก็ยังคงจ้องมัน จากนั้นก็เต็มไปด้วยความงุนงง นางรู้สึกว่าประตูนี้นั้นโบราณและกำลังดูดจิตวิญญาณของนาง
เมื่อนางรู้สึกว่าวิญญาณกำลังจะออกจากร่าง หลี่ฉีเย่ก็ปิดดวงตาของนางและกระซิบข้างหู " อย่าได้จ้องมันนานเกินไป ! "
เสียงของหลี่ฉีเย่นั้นเหมือนฟ้าร้องและทำให้ฉิวหรงว่านเสวี่ยได้สติ นางนั่นสั่นสะท้านไปทั้งร่างกาย ด้วยความอ่อนแอของนาง ทันใดนั้นนางก็ทรุดลงในอ้อมกอดของหลี่ฉีเย่
มันใช้เวลานานก่อนที่นางได้จะได้สติ และเอ่ยอย่างถามตกตะลึง " นี้มัน...เป็นสมบัติระดับชีวิตแบบใดกัน ? "
หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม " กล่าวให้ถูกนี้ไม่ใช่สมบัติระดับชีวิต เจ้าสามารถคิดได้ว่ามันเป็นสมบัติเต๋า "
นางนั้นรู้สึกว่าจิตวิญญาณของนางเกือบจะออกจากร่างและเอ่ยถามอย่างตกตะลึง " มันมีความแข็งแกร่งระดับใดกัน ? สามารถเทียบกับสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิตและระดับแท้จริงได้หรือไม่ ? "
" อืมม.." หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาและยิ้มเอ่ย " มันยากที่จะวัด มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากใช้ถูกเวลามันจะมีประโยชน์อย่างมาก ผนึกสวรรค์ห้าประตูนั้นถูกผนึกอยู่ในปราณพิสุทธิ์ แน่นอนว่ามันไม่ง่ายที่จะใช้พลังของมัน ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถใช้มันได้ "
กลุ่มของนายน้อยกระดูกทองคำนำของที่พวกเขาทั้งหมดได้จากสุสานใหญ่ออกมา แต่พวกเขาก็ไม่มีมากเท่ากับกลุ่มของเจ้าชายประกายศักดิ์สิทธิ์ นี้เป็นเพราะกลุ่มของเจ้าชายประกายศักดิ์สิทธิ์นั้นนำศิษย์มาเป็นจำนวนมากและอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานกว่า จึงมีปลามากในการแลกเปลี่ยน
การแสดงออกของหลี่ฉีเย่นั้นเปลี่ยนไปหลังจากภูติปีศาจนำโลงศพไม้นี้ออกมาและเอ่ย " สิ่งนี้ตกไปอยู่ในมือของเจ้าได้อย่างไร ? " หลี่ฉีเย่มองไปยังโลงศพและสังเกตมันอย่างระวัง
" โชคชะตา " ภูติปีศาจมองไปยังหลี่ฉีเย่และเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " เจ้าต้องการมัน ? เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ ? แลกกับสิ่งที่อยู่ภายในขวดนั้น "
หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเบาๆและเอ่ย " เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ต้องการแลกเปลี่ยนของในขวด แต่ข้าต้องได้โลงศพไม้นี้ "
" ฮึ่ม ! เจ้ามีสมบัติจากสุสานใหญ่จำนวนเท่าไหร่กัน ? " เจ้าชายเอ่ยอย่างเย็นชา " เจ้ามีพอจะแลกเปลี่ยนกับโลงศพของผู้อาวุโสรึ ? "
ไม่แปลกที่เจ้าชายจะโกรธ ในบรรดาคนทั้งกลุ่ม กลุ่มของเขานั้นมีสมบัติในสุสานใหญ่มากที่สุดและอาจจะได้รับการแลกเปลี่ยนกับภูติปีศาจ ตอนนี้เขามีโอกาสได้รับการแลกเปลี่ยนอีกครั้ง ทว่าหลี่ฉีเย่ก็ปรากฏตัวและขัดขว้างเขาอีกครั้ง
หลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจเจ้าชายและเอ่ยกับภูติปีศาจ " แม้ว่าข้าจะไม่สามารถแลกเปลี่ยนขวดนี้กับเจ้าได้ แต่ข้ามั่นใจว่าข้ามีสิ่งที่เจ้าต้องการ "
หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็หยิบกล่องสมบัติอีกอันให้กับภูติปีศาจ เมื่อภูติปีศาจเปิดกล่องนั้นมันเต็มไปด้วยสีทองส่องประกาย เขาทันใดนั้นก็ปิดมันอย่างรวดเร็วและรีบสงบจิตใจของตัวเอง
" นี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ข้าต้องการ " ภูติปีศาจนั้นมอบโลงศพไม้ให้กับหลี่ฉีเย่และเอ่ย " สิ่งนี้เป็นของเจ้าแล้ว "
ไม่มีใครรู้ว่าภายในกล่องของหลี่ฉีเย่นั้นมีอะไรถึงได้ดึงดูดภูติปีศาจได้ แน่นอนว่าภูติปีศาจนี้ต้องถูกล่อลวง ! ภายในกล่องนั้นคือใบอ่อนของโลกต้นไม้ ใบสุดท้าย !
สิ่งที่เป็นเหมือนกับตำนานของโลก มีเพียงหลี่ฉีเย่คนเดียวที่มีมัน ภูติปีศาจแน่นอนว่าต้องการมันและมีความสุขอย่างมากในการแลกเปลี่ยน
" พวกเราอาจจะได้พบกันอีกหากโชคชะตานำพา " ภูติปีศาจนั้นเอ่ยกับหลี่ฉีเย่และหายไป
หลี่ฉีเย่นั้นมองดูภูติปีศาจที่หายไปและลูบโลงศพไม้พร้อมกับถอนหายใจ ของสิ่งนี้สุดท้ายก็ตกมาสู่มือของเขา ใครกันจะคาดเดาได้ ?
อีกด้านหนึ่ง ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นสงสัยเกี่ยวกับของภายในกล่องที่นายน้อยของนางต้องการอยากได้
แม้ว่าจะอยู่ด้วยกันมาไม่นาน นางก็รู้ว่ามีของจำนวนไม่มากที่ดึงดูดความสนใจของหลี่ฉีเย่ได้ หลี่ฉีเย่นั้นกระทั้งมอบจันทร์เสี้ยวอมตะให้กับนาง แต่โลงศพไม้ธรรมดานี้กลับทำให้เขาอยากได้ ของแบบใดกันที่อยู่ภายใน ?
หลังจากภูติปีศาจจากไป กลุ่มต่างๆก็เริ่มแยกย้ายกันออกไปรวมถึงกลุ่มของนายน้อยกระดูกทองคำ
ก่อนเย่ชาจะจากไป เขานั้นส่งสายตาและรอยยิ้มชั่วร้ายให้กับหลี่ฉีเย่และฉิวหรงว่านเสวี่ย เขานั้นไม่มีทางไม่สนใจสมบัติที่ทั้งสองได้รับ
" เจ้ามนุษย์ ล้างคอรอไว้ได้เลย ! " เจ้าชายนั้นจ้องหลี่ฉีเย่และแค่นเสียง
มันมีอีกคนหนึ่งที่ให้ความสนใจหลี่ฉีเย่เป็นพิเศษก่อนจะจากไป - โม่หลี่ต้า เขานั้นมองดูหลี่ฉีเย่จากสถานที่ห่างไกลด้วยสายตาที่น่ากลัว จากนั้นก็ยิ้่มก่อนจะจากไป
ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นรู้สึกได้ถึงบรรยายกาศพิเศษ แม้ว่าจะยังไม่มีใครลงมือ นางก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น " ข้าเกรงว่ามีบางคนนั้นต้องการสมบัติของพวกเรา พวกเราควรจีบออกจากเมืองตอนนี้ หากไม่เมื่อกลางคืนมาถึง บางทีพวกเราจะต้องสูญเสียมันไป "
" จากไป ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ยอย่างสบาย " ทำไมพวกเราจะต้องจาก ? หากมีคนต้องการตาย เช่นนั้นก็ให้พวกมันเข้ามา "
ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นทำได้เพียงยิ้ม หากนายน้อยของนางกล่าวเช่นนั้น นางเองก็ไม่มีสิทธิ์เอ่ยสิ่งใดเพิ่ม แต่นางนั้นยังคงระวังเพราะนางรู้ตัวว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ชาหรือเจ้าชายประกายศักดิ์สิทธิ์
ไม่เพียงหลี่ฉีเย่ไม่จากไป เขายังคงค้างในโรงแรมภายในใจกลางเมือง แน่นอนว่าโรงแรมภายในสุสานใหญ่นั้นถูกดูแลโดยกลุ่มก้อนความรู้สึก
มันต้องใช้ความกล้าหาญเล็กน้อยที่จะพักอยู่ในโรงแรมนี้ แต่พวกเขาจะได้รับประโยชน์บางอย่างจาการดูแลของผี ผู้มาใหม่นั้นจำเป็นต้องหาสถานที่พักและมันเหมาะสมอย่างมากหากจะให้ผีเป็นคนดูแล
" ทำไมพวกเราจึงพักที่นี่ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ย มีคนนอกไม่มากที่พักอยู่ในโรงแรมนี้ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะใช้ศาลาหรือว่าวิหารในการพักผ่อนกัน
" พวกเราจะอยู่ที่นี่อีกหลายวัน " หลี่ฉีเย่ตอบด้วยรอยยิ้ม " เมื่อพวกเรามายังใจกลางเมือง ข้าต้องหาบางคน ไม่สิ ผีบางตัว ข้าสงสัยว่าเขาจะยังอยู่ในกลางเมืองหรือไม่ "
ฉิวหรงว่านเสวี่ยไม่ได้เอ่ยถามหลังจากได้ยินคำกล่าวของเขา ตอนนี้นางนั้นทำตามทุกอย่างที่หลี่ฉีเย่บอก
นางนั้นเห็นว่าหลี่ฉีเย่กำลังเล่นกับโลงศพไม้อยู่ นางจึงเอ่ยอย่างอยากรู้อยากเห็น " ภายในโลงศพไม้นั้นมีอะไร ? "
นับตั้งแต่พวกเขาเข้ามาพักที่โรงแรม หลี่ฉีเย่ก็เล่นอยู่กับโลงศพไม้โดยที่เขาไม่มีท่าว่าจะเบื่อ สิ่งที่แปลกก็คือเขานั้นไม่ได้เปิดมันออก
" มันจะดีกว่าหากเจ้าไม่รู้สิ่งที่อยู่ภายใน นอกจากนี้โลงศพไม้นี้ก็ยังเป็นธรรมชาติ " หลี่ฉีเย่อมยิ้มตอบ
" ธรรมชาติ ? มันหมายความว่าอย่างไร ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยเอ่ยถาม
" ธรรมชาติหมายความว่านี้คือรูปร่างเดิมของมัน " หลี่ฉีเย่อธิบาย " แปดโลงศพแรกนั้นเป็นสิ่งที่ภูติปีศาจนำมาใส่ ตัวอย่างเช่นรังไหมจักจั่น มันต้องการหัวใจมณีเพื่อสร้างรังไหม ดังนั้นภูติปีศาจต้องหาหัวใจมณีเพื่อเก็บมันไว้ "
ฉิวหรงว่านเสวี่ยเข้าใจได้ในทันที " ดังนั้นนายน้อยหมายความโลงศพนี้เป็นรูปร่างเดิมของมัน "
หลี่ฉีเย่พยักหน้าเอ่ย " ไม่มีใครสามารถนำสิ่งที่อยู่ภายในออกมาได้ อย่างน้อยภูติปีศาจก็ไม่สามารถ ของภายในกล่องนี้นั้นอยู่มาเป็นเวลานานและกวาดผ่านโลกทั้งสามพัน "
" นี้เป็นสมบัติ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยมองไปยังโลงศพ หากนายน้อยของนางไม่บอกถึงความสำคัญของมัน นางคงไม่มีทางเห็นคุณค่าของมัน
" สมบัติ ? " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " ข้าเกรงว่านไม่มีสมบัติใดในโลกนี้สามารถเทียบกับมันได้ มันใช่สมบัติ แต่มันเป็นยิ่งกว่าสมบัติ หากภูติปีศาจนั้นไม่เร่งรีบ เช่นนั้นบางทีเขาอาจจะลังเลที่จะแลกเปลี่ยน "
" เจ้ารู้จักภูติปีศาจนั้นรึ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยเอ่ยถาม นางรู้สึกว่าเขาเหมือนกับจะรู้ตัวตนของภูติปีศาจนั้น
หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างลึกลับ " แม้ว่าข้าจะไม่สามารถเห็นภายในของมันได้ตอนนี้ แต่ข้าสามารถนำของภายในโลงศพสีน้ำตาลออกมาให้เจ้าดูได้ " หลังจากเอ่ย เขาก็นำโลงศพสีน้ำตาลออกมา
โลงศพสีน้ำตาลเข้มนี้หนักอย่างมาก เขานั้นเปิดฝามันออก ภายในนั้นมีห้าประตูถูกวางไว้ด้านบน
ประตูทั้งห้านั้นมีขนาดเท่ากันและเรียงต่อกัน พวกทำให้เกิดเป็นรูปประตูขนาดใหญ่
แต่ละประตูนั้นมีรูปแบบที่แตกต่างกัน และมีตัวอักษรจำนวนมากถูกสลัก
ฉิวหรงว่านเสวี่ยไม่เข้าใจรูปและตัวอักษรเหล่านี้ แต่นางก็ยังคงจ้องมัน จากนั้นก็เต็มไปด้วยความงุนงง นางรู้สึกว่าประตูนี้นั้นโบราณและกำลังดูดจิตวิญญาณของนาง
เมื่อนางรู้สึกว่าวิญญาณกำลังจะออกจากร่าง หลี่ฉีเย่ก็ปิดดวงตาของนางและกระซิบข้างหู " อย่าได้จ้องมันนานเกินไป ! "
เสียงของหลี่ฉีเย่นั้นเหมือนฟ้าร้องและทำให้ฉิวหรงว่านเสวี่ยได้สติ นางนั่นสั่นสะท้านไปทั้งร่างกาย ด้วยความอ่อนแอของนาง ทันใดนั้นนางก็ทรุดลงในอ้อมกอดของหลี่ฉีเย่
มันใช้เวลานานก่อนที่นางได้จะได้สติ และเอ่ยอย่างถามตกตะลึง " นี้มัน...เป็นสมบัติระดับชีวิตแบบใดกัน ? "
หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม " กล่าวให้ถูกนี้ไม่ใช่สมบัติระดับชีวิต เจ้าสามารถคิดได้ว่ามันเป็นสมบัติเต๋า "
นางนั้นรู้สึกว่าจิตวิญญาณของนางเกือบจะออกจากร่างและเอ่ยถามอย่างตกตะลึง " มันมีความแข็งแกร่งระดับใดกัน ? สามารถเทียบกับสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิตและระดับแท้จริงได้หรือไม่ ? "
" อืมม.." หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาและยิ้มเอ่ย " มันยากที่จะวัด มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากใช้ถูกเวลามันจะมีประโยชน์อย่างมาก ผนึกสวรรค์ห้าประตูนั้นถูกผนึกอยู่ในปราณพิสุทธิ์ แน่นอนว่ามันไม่ง่ายที่จะใช้พลังของมัน ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถใช้มันได้ "
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น