ตอนที่ 468 เทียนหุยหลี่

อัตตาการถูกดูดพลังชีวิตและพลังงานในสายเลือดมากขึ้นอย่างน่าตกตะลึง ผมของเขาเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นสีขาว มันราวกับว่าเขาแก่ขึ้นอีกหลายสิบปีด้วยเวลาแค่ไม่กี่วินาที



ในเวลานี้ ประตูพรสวรรค์ของเขาได้ปรากฏ รากธรณีที่เขาได้รับมาจากประตูพยัคฆ์คำรามปลดปล่อยพลังงานชีวิตไร้สิ้นสุดออกมา



พลังงานชีวิตจำนวนมากไหลไปยังประตูพรสวรรค์ของเขา ภาพทั้งสี่ภายในเริ่มจะปลดปล่อยอำนาจของชีวิตเพื่อฟื้นฟูให้กับหลี่ฉีเย่ และทดแทนพลังงานชีวิตและพลังงานในสายเลือดที่เขาสูญเสียไป



หากมีคนนั่งข้างหลี่ฉีเย่ในเวลานี้ พวกเขาจะพบว่าผมของหลี่ฉีเย่เปลี่ยนกลับไปมาและหว่างสีขาวและดำ



การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้ทุกคนตกตะลึง แม้แต่อัจฉริยะที่ได้ชื่อว่ามีความสามารถทีท้าทายสวรรค์พวกเขาก็ยังไม่มีความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ตลอดชีวิตของพวกเขา



มีคนจำนวนน้อยในโลกที่สามารถเข้าใจความลึกซึ้งของมันได้ แม้แต่อัจฉริยะปีศาจก็จะได้รับความทุกขร์ทรมานจากพลังงานฉีที่ถูกดูดหากมองมัน ตัวอย่างเช่นฉิวหรงว่านเสวี่ยที่หมดสติไปหลังจากมองมัน



ตรงกันข้าม ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นเดินไปยังสถานที่อื่น นางนั้นต้องการจะเรียนรู้คัมภีร์เหล่านั้น อำนาจของพวกเขามันน่าพอใจอย่างมาก



ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของผู้ฝึกตนเผ่าพันธ์ผี คัมภีร์หลายชนิดที่นี่เหมาะกับเผ่าพันธ์ผีอย่างมาก เพียงแค่เรียนรู้พวกมัน เท่ากับพวกเขาจะได้รับความรู้เทียบเท่ากับความเข้าใจส่วนใหญ่ของผู้ฝึกตนเผ่าพันธ์ผีและแน่นอนว่าจะเป็นประโยชน์กับเส้นทางเต๋าของฉิวหรงว่านเสวี่ยในอนาคต



ทว่า ด้วยความพยามอย่างที่สุดของนาง นางไม่สามารถจะเข้าใจคัมภีร์ได้แม้แต่คัมภีร์เดียว ดีที่สุดก็คือนางรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่นความรู้สึกของสายลม อำนาจของภูเขาดาบ หรือกลิ่นอายลึกลับ



เพียงแค่มองผ่านพวกมันสำหรับฉิวหรงว่านเสวี่ย ความยากของสิ่งเหล่านี้ก็สูงราวกับการปีนขึ้นสวรรค์



ทว่านี้ไม่สามารถตำหนินางได้ มันไม่ใช่ว่านางนั้นขาดความสามารถ แต่คัมภีร์เหล่านี้ล้วนเป็นต้นกำเนิดของผู้ฝึกตนและเป็นเต๋าที่เก่าแก่ของเผ่าพันธ์ผี



หลังจากผ่านการบ่มเพาะและเปลี่ยนมาตลอดหลายล้านปี เผ่าพันธ์จำนวนมากในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ล้วนไปไกลกว่าต้นกำเนิดของเต๋าและคัมภีร์



แม้ว่าคัมภีร์ที่ถูกทิ่งล้างเหล่านี้จะเป็นคัมภีร์ทักษะธรรมดา พวกมันก็ยังครอบคลุมไปด้วยความลึกลับของยอดเต๋าที่เหนือชั้น - ซับซ้อนและยุ่งยากอย่างมาก



ทว่าเมื่อพวกเขาคลี่คล้ายความลึกลับของมันได้ก็จะได้รับผลประโยชน์ไร้ที่สิ้นสุด เมื่อย้อนไปตามต้นกำเนิดของทักษะเหล่านี้พวกเขาจะเทียบได้กับเข้าใจแก่นแท้ของเผ่าพันธ์ผี



ของเหล่านี้นั้นอาจจะไม่ทรงพลังเทียบเท่ากับคัมภีร์จักรพรรดิอมตะแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเรียนรู้มันและใช้มันฆ่าศัตรูหรือสังหารปีศาจ แต่เมื่อพวกเขาเรียนรู้มันจะเปิดเส้นทางสู่อนาคตไร้สิ้นสุด



มีเพียงเหล่าบรรพชนเที่ยงธรรมเท่านั้นที่สามารถสร้างเต๋าของตัวเองได้ ทว่าในสถานที่แห่งนี้หากพวกเขามีความสามารถที่ท้าทายสวรรค์และความเข้าใจในคัมภีร์ที่มากเพียงพอ ด้วยคัมภีร์เหล่านี้พวกเขาจะเริ่มทำความเข้าใจกับเต๋าของตัวเองได้ก่อนจะไปถึงระดับบรรพชนเที่ยงธรรม นี้เป็นเรื่องน่าตกตะลึงอย่างมาก



ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นล้มเหลวอีกครั้งและอีกครั้ง ไม่เพียงแต่นางขาดความสามารถ แต่ความรู้ของนางก็ยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ



นางนั้นมาจากเผ่าเงาหิมะ เผ่าเล็กๆเช่นนี้นั้นมีขีดจำกัดด้านคัมภีร์ การมาถึงระดับชะตาลี้ลับด้วยอายุเท่านี้ได้นับว่าความสามารถของนางนั้นดีมาก หากนางมาจากเชื้อสายจักรพรรดิ เช่นนั้นระดับการบ่มเพาะของนางอาจจะไม่อ่อนแอกว่ายอดเซียนเล็บจันทร์เสี้ยว นางกระทั้งสามารถเข้าใจความลับเหล่านี้ได้เล็กน้อย แต่อนิจจาแต่ความรู้ของนางนั้นน้อยเกินไปที่จะเข้าใจสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นภูเขาดาบ แม่น้ำคัมภีร์ แม้ว่าจะอยู่ใกล้แต่นางก็ทำได้เพียงกลับไปมือเปล่า



ทว่าฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นไม่ได้โลภ นางไม่ได้รู้สึกเสียที่ไม่ได้รับคัมภีร์เหล่านี้ การเดินทางมายังสุสานใหญ่ครั้งนี้เปิดโลกให้นางอย่างมาก และหลี่ฉีเย่ทำให้นางอุดมไปด้วยประโยชน์ตลอดการเดินทาาง หลังจากล้มเหลวจากการเรียนคัมภีร์ ฉิวหรงว่านเสวี่ยก็ตัดสินใจเด็ดขาดจะตามหาสิ่งของที่หลี่ฉีเย่ต้องการแทน



แม้ว่ามันจะเป็นเกาะที่ถูกทอดทิ้ง มันก็ยังมีเนื้อที่อีกหลายพันไมล์ การตามหาสถานที่ที่เต็มไปด้วยชีวิตในสถานที่แห่งนี้ก็เหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร..



* * *



ในขณะที่หลี่ฉีเย่กำลังจมหายไปกับการมองดูมดและฉิวหรงว่านเสวี่ยมุ่งมั่นในการหาสถานที่ที่เต็มไปด้วยชีวิต มีใครบางคนประสบความสำเร็จในการข้ามทะเลดำ



คนคนนั้นคือเทียนหุยหลี่ เขานั้นนำสมบัติที่ท้าทายสวรรค์มาและประสบความสำเร็จในการขโมยเรือขนาดใหญ่จากผู้ดูแล



เขาทันใดนั้นก็นำผู้ฝึกตนจำนวนมากขึ้นมาบนเรือลำนี้และจากไปยังยังอีกฝั่ง ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ที่อยู่บนเรือได้แก่ ยอดเซียนเล็บจันทร์เสี้ยว , ยอดเซียนผีปีศาจแมลง , นายน้อยกระดูกทองคำ , หลวงจีนผี และคนอื่น



การกระทำของเทียนหุยหลี่ทำให้ผู้เยาว์ทุกคนตกตะลึง เขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายอมตะและออร่าลึกลับที่ทำให้ผู้คนล้วนต้องเคารพ



" เทียนหุยหลี่สมควรเป็นหนึ่งในสามวีรบุรุษ คนที่สามารถเทียบกับตี๋เชาได้ " หลายคนประหลาดใจหลังจากเห็นสมบัติจักรพรรดิของเทียนหุยหลี่ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่คล้ายจักรพรรดิอมตะ แม้แต่คนที่หยิ่งยโสอย่างยอดเซียนเล็บจันทร์เสี้ยวและยอดเซียนผีแมลงก็ยังอดไม่ได้ที่จะยกย่องเขา



การเคลื่อนไหวของเทียนหุยหลี่นั้นน่าประทับใจ ทำให้คนอื่นคิดถึงตี๋เชา !



" ทำไมท่านตี๋เชาถึงยังไม่มาที่นี่ ? " หลายคนที่ติดอยู่บนมหาสมุทรล้วนคิดเกี่ยวกับตี๋เชา ในเวลานี้ทุกคนรอการมาถึงของเขา บอกทีเขาอาจจะเป็นอย่างเทียนหุยหลี่ที่มีสมบัติและพาคนจำนวนมากข้ามทะเลไปได้



ทว่าตี๋เชานั้นก็ยังไม่ปรากฏตัว หลังจากผ่านไปนานข่าวของตี๋เชาก็มาถึง เขานั้นมาถึงสุสานใหญ่และเข้าไปในพื้นที่ชั่วร้าย ในสถานที่นั้นเขานั้นพบกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และเขาถูกไล่ล่า



" กิเลนเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ! ท่านตี๋เชานั้นต้องการจะฝึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อย่างกิเลนเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ! " แม้ว่ามันจะเป็นความอัปยศสำหรับตี๋เชาที่วิ่งหนี แต่ข่าวนี้ก็น่าตกตะลึงอย่างมาก



แม้แต่ผู้ฝึกตนรุ่นเก่าก็ยังสูดลมหายใจเข้าลึกหลังจากได้ยินข่าวนี้ " ตี๋เชานั้นทะเยอทะยานมากเกินไป คนนับไม่ถ้วนล้วนต้องการฝึกกิเลนนั้นให้เชื่อง แต่พวกเขาล้วนล้มเหลว แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรมก็ยังล้มเหลวมก่อน ตี๋เชานั้นเหิมเกริมอย่างมากในครั้งนี้ "



ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ไม่มีคนรุ่นเก่าคนใดกล้าจะหัวเราะเยาะเขาและเรียกเขาว่าคนหยิ่งยโสเพราะว่าเขามีคุณสมบัติและความสามารถพอที่จะทำอย่างนี้ มีเพียงลูกรักของสวรรค์อย่างตี๋เชาที่มีความสามารถเพียงที่จะฝึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อย่างกิเลนศักดิ์สิทธิ์ให้เชื่องได้



ในอีกด้านหนึ่ง เทียนหุยหลี่นำผู้คนข้ามทะเลดำมา ทันใดนั้นพวกเขาก็มาถึงอีกฝั่งและทำให้เทียนหุยหลี่เต็มไปด้วยตกตะลึง



" ดินแดนแห่งการสร้าง เกาะแห่งเต๋า ! " เทียนหุยหลี่มองไปรอบๆพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายลึกลับ เขานั้นราวกับเป็นเทพที่สามารถมองผ่านทุกสิ่งทุกอย่างได้



ช่วงเวลาที่อัจฉริยะคนอื่นๆก้าวเท้าขึ้นฝั่ง พวกเขาก็รู้สึกได้ว่าเต๋าของพวกเขาสั่นสะท้าน ก่อนที่พวกเขาจะสงบลงเทียนหุยหลี่ก็หายไป เขานั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการจะไปกับคนอื่น



" บางทีการสร้างใหม่ที่ยิ่งใหญ่กำลังรอพวกเราอยู่ที่นี่ พวกเราควรจะแยกกันไป ! " ยอดเซียนเล็บจันทร์เสี้ยวตะโกนก่อนจะเดินออกไป



อัจฉริยะจากเผ่าพันธ์ผีทุกคนล้วนเป็นยังเส้นทางที่แตกต่างกัน พวกเขานั้นต้องการการสร้างใหม่เป็นของตัวเอง บางที่พวกเขาอาจจะพบกับภูเขาสมบัติในตำนาน พวกเขานั้นไม่ต้องการจะแบ่งปันสมบัติกับทุกๆคน



ในเวลานี้ฉิวหรงว่านเสวี่ยพยามจะหาดินแดนแห่งชีวิตที่หลี่ฉีเย่กล่าวถึง นางนั้นข้ามภูเขาและสัมผัสกับกลิ่นอายลึกลับ นางยกหัวของนางขึ้นก่อนจะสังเกตไปยังทิศทางนั้น นางทันใดนั้นก็ทะยานออกไปก่อนจะพบกับเงา เงานี้ถูกปกคลุมไปด้วยคัมภีร์และภูเขาจำนวนมากราวกับเทพแท้จริง กลิ่นอายลึกลับที่ชายคนนี้แบกอยู่ราวกับจักรพรรดิอมตะในวัยเยาว์



" เทียนหุยหลี่ ! " การแสดงออกของฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้ว่านางจะไม่เคยเห็นเขามาก่อน นางก็ได้ยินคำอธิบายถึงเขามาจากคนอื่น หลังจากได้สัมผัสกับกลิ่นอายของเขา นางก็มั่นใจว่าเขาคือหนึ่งในสามวีรบุรุษ - เทียนหุยหลี่ !



หากนึกถึงผู้เยาว์ที่จะสามารถผ่านทะเลดำมาได้ หนึ่งในนั้นต้องเป็นเทียนหุยหลี่



นางนั้นตัวสั่นด้วยความกังวลเมื่อคิดว่าเทียนหุยหลี่อยู่ที่นี่ นางนั้นต้องกลับไปแจ้งเรื่องนี้ให้นางน้อยรู้ก่อนจะหันหลังและจากไป



เมื่อนางกลับมา หลี่ฉีเย่ก็ยังจมและไม่ขยับราวกับรูปปั้นหิน ผมของเขากลายเป็นสีขาวทั้งหมดทำให้นางเริ่มจะหวาดกลัว



" นายน้อย เกิดอะไรขึ้น ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นคิดว่านายน้อยนั้นกำลังทรมานนางจึงพุ่งไปเพื่อที่จะดึงเข้าออกมา ทว่าช่วงเวลาที่นางเข้าไปใกล้กับถูกพลังอำนาจที่แข็งแกร่งพลักออกไป



ประตูพรสวรรค์นั้นปรากฏเหนือหัวของหลี่ฉีเย่ พลังงานแห่งชีวิตกระจายออกมาและเปลี่ยนผมของเขาให้ดำอีกครั้ง จกานั้นไม่นานมันก็เริ่มจะถูกดุดออกไปทำให้ผมกลายเป็นสีขาว ก่อนที่พลังงานชีวิตจะเปลี่ยนมันกลับเป็นสีดำ เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำกันอีกหลายครั้ง



ฉิวหรงว่านเสวี่ยไม่สามารถเข้าใกล้หลี่ฉีเย่ได้เพราะถูกบังคับจากอำนาจของเขา แต่นางยังคงโล่งใจเมื่อเห็นผมของเขากลับเป็นสีดำได้..

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้