ตอนที่ 438 จันทร์เสี้ยวอมตะ

ทันใดนั้นหลี่ฉีเย่ก็พุ่งไปด้านหน้าและพยามดึงลำต้นออกมาจากแม่น้ำ



" ตูม ! " แมงป่องโครงกระดูกบินออกมาจากแม่น้ำและใช้หางที่แหลมคมของมันแทงหลี่ฉีเย่ด้วยความเร็วสูง



หลี่ฉีเย่เพียงยิ้มและเมื่อหางกระดูกใกล้เข้ามาเขาใช้มือคว้าหางของมัน



" ปัง ! " ก่อนหน้าที่หางจะถึงตัวหลี่ฉีเย่ มันถูกกระชากออกจากตัวแม่งป่องโครงกระดูกอย่างรวดเร็ว



" แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ! " ผู้ฝึกตนหลายคนกลายเป็นตกตะลึงเมื่อเห็นหลี่ฉีเย่กำราบโครงกระดูกได้



หลี่ฉีเย่นั้นโยนหางของมันลงไปยังแม่น้ำก่อนจะเดินมาถึงฝังและมอบปลาราตรีให้กับผีที่ดูแล สุดท้ายเขาก็มอบลำต้นนั้นให้กับฉิวหรงว่านเสวี่ย



" ให้เจ้า " หลี่ฉีเย่ยิ้มเอ่ย " มันเป็นความอัปยศยิ่งที่ไม่มีสิ่งที่ข้าต้องการ แต่สิ่งนี้เหมาะสมกับเจ้ายิ่ง "



ฉิวหรงว่านเสวี่ยรับลำต้นมาด้วยความประหลาดใจ ตัดสินจากทัศนคติของหลี่ฉีเย่ มันดูเหมือนว่านี้จะเป็นสมบัติที่น่าตกตะลึง บางคนรีบเอ่ยอย่างอยากรู้อยากเห็น " เปิดเร็วเข้า ให้พวกเราดูของภายในด้วย "



มันเป็นเรื่องสนุกในการเห็นของภายในลำต้น ดังนั้นผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์จึงรีบเปิดทันทีเพื่อดูว่าพวกเขาโชคดีหรือไม่ ทว่าฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นไม่ต้องการแสดงความมั่นคั่งของตัวเองนางจึงหันไปมองหลี่ฉีเย่



หลี่ฉีเย่เพียงยิ้ม " ลองเปิดมันดู เรื่องนี้ดูน่าสนุกไม่เลว " หลี่ฉีเย่ไม่กลัวคนอื่นจะเห็นสมบัติ ฉิวหรงว่านเสวี่ยก็ไม่รอช้าหลังจากได้ยิน นางรีบดึงเอาสาหร่ายออกมาและเผยให้เห็นกล่องโบราณ



กล่องนี้นั้นดูเหมือนจะหายากอย่างมาก ช่วงเวลาที่กล่องถูกเปิดแสงจันทร์ส่องสว่างราวกับดอกไม้ไฟ



ก่อนจะเห็นสมบัติภายใน เพียงแสงจันทร์นี้ก็น่าตกตะลึงเพียงพอแล้ว



ฉิวหรงว่านเสวี่ยสังเกตเห็นว่ารอบกล่องนั้นเป็นพระจันทร์เสี้ยวขนาดเท่าฝ่ามือ พวกมันราวกับเป็นดวงจันทร์ที่อยู่บนชั้นฟ้า สิ่งทีน่าตกตะลึงนี้ดูเหมือนจะเป็นเงาขอดวงจันทร์ กลิ่นอายของมันเต็มไปด้วยความเป็นอมตะ



ก่อนที่ทุกคนจะเห็นของภาย ฉิวหรงว่านเสวี่ยรีบปิดกล่อง หัวใจของนางนั้นเต้นเร็วอย่างมากแม้ว่านางจะไม่รู้ว่าของภายในกล่องเป็นอะไร ทว่านางก็มั่นใจว่ามันเป็นสมบัติที่น่าตกตะลึง



ไม่ว่าจะอย่างไร ผู้ชมทุกคนก็รู้ว่ามันเป็นสมบัติแสงจันทร์



" มันจะต้องเป็นสมบัติที่ดี " ผู้ฝึกตนหนุ่มเอ่ยชื่นชม " โชคดีอย่างยิ่ง เขาเพียงเลือกครั้งเดียวก็ได้รับสมบติแล้ว "



" พวกเราไปเถอะ " ตรงกันข้ามกับฉิวหรงว่านเสวี่ยที่ระมัดระวังตัว หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างสบายๆ



นางนั้นติดตามเขาไปและออกมาจากท่าเรือ เมื่อพวกเขาออกมาด้านนอกนางรีบเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว " เจ้าไม่เลือกลำต้นสำหรับตัวเอง ? "



เพียงการเลือกครั้งแรกหลี่ฉีเย่ก็ได้รับสมบัตินางนั้นรู้ดีว่าเขามีความสามารถเช่นเดียวกับการจับปลาหยางราตรี หลี่ฉีเย่นั้นต้องเข้าใจความลับบางอย่างของสุสานใหญ่ ไม่เช่นนั้นเขาไม่สามารถทำอะไรได้แม่นยำขนาดนี้



" ไม่ละ " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " แม่น้ำผีนั้นเป็นสถานทีที่พิเศษ สุดยอดสมบัตินนั้นบางทีอาจจะเป็นเพียงแค่ครั้งเดียว ไม่ต้องคิดถึงการรอหลายปี ข้ามั่นใจว่ากุญแจไม่ได้อยู่ที่แม่น้ำผี "



" สุดยอดสมบัติ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นรู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณของนางสั่นสะท้าน สุดยอดสมบัติเป็นสิ่งที่นางไม่เคยคิดจะฝันถึง แต่ตอนนี้กล่องจันเสี้ยวนี้ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในนั้น



ตอนแรกนางนั้นคิดว่ามันเป็นสมบัติที่ดี แต่ไม่คาดว่ามันจะเป็นถึงยอดสมบัติ



" เจ้ากำลังจะบอก...จันทร์เสี้ยวนี้เป็นสุยอดสมบัติ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยอดไม่ได้ทีจะสั่นขณะเอ่ยถาม



" จันทร์เสี้ยวอมตะ " หลี่ฉีเย่พยักหน้าของเขาและเอ่ย " นานมาแล้วจันทร์เสี้ยวอมตะนั้นปรากฏออกมาหนึ่งครั้ง แต่มันก็หายไป ข้าไม่คาดว่ามันจะอยู่ที่แม่น้ำผี "



" จันเสี้ยวอมตะ ? ไม่ใช่ครึ่้งดวงจันทร์อมตะ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยถามอย่างุนงง " นี้...สิ่งนี้ยังมีอยู่แล้ว ? "



" จันทร์เสี้ยวอมตะเป็นสมบัติเต๋าที่มีต้นกำเนิดที่ดี เจ้าสามารถเรียกมันว่าขอบดวงจันทร์อมตะได้ " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม " ครั้งสุดท้ายที่มันปรากฏ สงครามจำนวนมากเกิดขึ้นเพื่อตามหามัน เจ้าของมันนำมันหนีไป โชคดีที่พวกเราพบมันในเวลานี้ "



ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ สมบัตินี้น่ากลัวเกินไป มันกระทั้งนำหายนะมาสู่ผู้ครอบครองเพราะความยิ่งใหญ่ของมัน



นางยับยังอารมณ์ของนางและเอ่ยถาม " ขอบดวงจันทร์อมตะนี้เป็นสมบัติแบบใดกัน ? "



หลี่ฉีเย่มองไปยังนางที่กำลงสั่นเทาและเอ่ย " นั้นขึ้นอยู่กับเจ้า สมบัติเต๋านี้นั้นมาจากยุคตำนาน ดังนั้นระดับของมันขึ้นอยู่กับโชคของเจ้า ตราบใดที่เจ้าพยามศึกษามันวันหนึ่งจันทร์เสี้ยวอมตะนี้จะไม่อ่อนแอกว่าสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิต และเจ้าจะได้รับประโยชน์จากมันอย่างมาก "



แม้ว่าจะมีการเตรียมใจมาบางแล้วเพราะการไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าเมื่อได้ยินคำว่าสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิตออกมา หัวในของนางก็ยังเต้นอย่างรวดเร็ว



สมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิตเป็นของที่เผ่าเงาหิมะไม่เคยฝันถึง กระทั้งนิกายที่ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่มีมัน ไม่ต้องเอ่ยถึงเผ่าเล็กๆเช่นเผ่าของนาง มันอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดสมบัติที่ทรงคุณค่าอย่างมาก



นางนั้นไม่กล้าจะรับสมบัติเช่นนี้ " นี้...นี้มันมีค่ามากเกินไป " สมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิตนี้ทำให้พี่น้องหรือกระทั้งอาจารย์และศิษย์ฆ่ากันเพื่อมันได้เลยทีเดียว



" รับมันไว้เถอะ " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " นี้เป็นรางวัลของเจ้าในการจับปลาหยางราตรี "



หลี่ฉีเย่กระทั้งหมดสมับติจักรพรรรดิอมตะระดับชีวิตที่แท้จริงให้กับคนอื่น ไม่ต้องเอ่ยถึงจันทร์เสี้ยวอมตะ



ฉิวหรงว่านเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะอยู่ในอาการงุนงง คนแบบใดกันที่จะไม่สนใจสมบัติจักรพรรดิอมตะ ? ไม่ต้องกล่าวถึงนาง กระทั้งลูกหลานจากเชื้อสายจักรพรดิก็ยังต่อสู้เพื่อแย่งของชิ้นนี้



เหล่าอัจฉริยะและผู้เชียวชาญจากรุ่นก่อนกระทั้งใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อให้ได้ครอบครองสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิตสักชิ้นหนึ่ง หลี่ฉีเย่นั้นตรงกันข้ามเขานั้นไม่สนใจและทำราวกับว่ามันเป็นของไร้ค่า



ทันใดนั้นก่อนที่พวกเขาจะได้ออกจากนิกายผี กลุ่มควันทันใดนั้นก็มาปรากฏขว้างเส้นทางของพวกเขาเอาไว้



" เย่ชา ! " ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นอุทานหลังจากเห็นคนที่ปรากฏออกมา นางก้าวถอยหลังเพราะรู้ว่านี้ไม่ใช่เรื่องดีหลังจากเห็นเขาปรากฏตัว



เย่ชามองไปยังพวกเขาทั้งสองราวกับมองลูกแกะและเอ่ย " ข้าได้ยินว่าพวกเจ้าได้รับสมบัติมา ? "



ขณะที่ฉิวหรงว่านเสวี่ยกำลังตื่นตระหนก หลี่ฉีเย่ตรงกันข้ามสงบอย่างยิ่ง เขาเอ่ยช้าๆ " ข้อมูลของเจ้านี้เดินทางเร็วอย่างยิ่ง "



เย่ชานั้นกลับไปยังท่าเรือเพื่อที่จะทดสอบโชคของเขาอีกครั้ง ทว่าเขาได้ยินว่ากลุ่มของหลี่ฉีเย่ได้รับสมบัติจึงรีบตามมาอย่างรวดเร็ว



" ฮ่าฮ่า มันดูเหมือนว่าสมบัตินี้จะมีความหมายกับข้ามาก " เย่ชายิ้มเอ่ย " ข้าจะจ่ายปลาหยางราตรีสามตัวเพื่อแลกกับสมบัติในมือเจ้า "



การแสดงออกของฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก นี้เป็นการแลกเปลี่ยนแบบใด ? นี้เรียกว่าการปล้น !



หลี่ฉีเย่ยังคงยิ้มอย่างใจเย็นและเอ่ย " จะเกิดอะไรขึ้นหากข้าไม่ต้องการขาย ? "



เย่ชาจ้องหน้าเขาและเอ่ย " เจ้าเด็กน้อยมนุษย์ บางทีเจ้าอาจจะไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร แต่ข้าจะแนะนำอะไรบางอย่าง ทำให้ฉลาดและขายมันมา อย่างน้อยเจ้าจะได้รับปลาสามตัว หากไม่ศพของเจ้าจะหายไปในสถานที่ลึกลับ "



" เจ้ากล่าวถูกต้อง " หลี่ฉีเย่พยักหน้าและเอ่ย " บางคนนั้นศพจะต้องหายไปในสถานที่ลึกลับ แต่นั้นคงเป็นเจ้าไม่ใช่พวกเรา "



" เจ้าโง่ เจ้าทำให้เรื่องมันยุ่งยากเองนะ ! " เย่ชาปลดปล่อยเจตนาฆ่าในดวงตา " ดีมาก ข้าจะได้ประหยัดปลาไปอีกสามตัว.."



" เช่นนั้นรึ ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างไม่แยแส " เป็นคนฉลาดและมอบสมับติทั้งหมดของเจ้ามา ไม่เช่นนั้นข้าตะถลกหนังเจ้าออกและหันไปชิ้นๆ "



" เจ้ากำลังรนหาที่ตาย ! " เย่ชาอุทานด้วยความโกรธ วันนี้เจ้าเด็กน้อยมนุษย์คนหนึ่งกล้าที่จะฉีกหน้าเขา มันกำลังรนหาที่ตาย !



เย่ชานั้นต้องการจะโจมตี แต่ทันใดนั้นเสียงบทสวดก็ดังออกมา " อามิตตาพุทธ ขอให้พระพุทธองค์โปรดเมตตา " หลวงจีนเดินลงมาจากฟ้าและเอ่ย " ไม่แปลกใจทำไมกลิ่นอายความตายถึงอยู่ที่นี่ เพราะเย่ชานี้เอง "



เมื่อเย่ชาเห็นหลวงจีนคนนี้การแสดงออกของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก หมอกหนาล้อมรอบตัวเขาและทันใดนั้นเขาก็หายไปอย่างรวดเร็ว



หลวงจีนนั้นไม่ได้ไล่ตามเย่ชาไปและเพียงเอ่ยเตือนด้วยรอยยิ้ม " ประสกเย่ชา เจ้าอาจจะหนีจากหลวงจีนคนนี้ได้ แต่ไม่สามารถหนีจากวัดได้ "



ทว่าเย่ชานั้นไม่กล้าหยุด เขายังคงวิ่งไปด้านหน้าอย่างเต็มกำลังราวกับกำลังเห็นความซวยมาเยือน....

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้