ตอนที่ 443 ไม่ใช่ทุกคนที่เล่าเรื่องได้

ปากของทุกคนนั้นเปิดกว้าง เรื่องน่าเบื่อดังกล่าวกระทั้งแลกกับสมบัติได้ ? นี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไป ฉิวหรงว่านเสวี่ยก็ยังพบว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ ทุกคนนั้นคิดเหมือนกันเมื่อพวกเขาเจอเหตุการณ์เช่นนี้



" ให้เจ้า " หลี่ฉีเย่นำโลงศพที่หยกนั้นมอบให้กับฉิวหรงว่านเสวี่ย นางนั้นตกตะลึงและคิดว่านี้อาจจะเป็นเพียงแค่ความฝัน



" นี้มัน..." ฉิวหรงว่านเสวี่ยเต็มไปด้วยความงุนงง หลี่ฉีเย่กระทั้งมอบสมบัติล่ำค่านี้ให้กับนาง ?



หลี่ฉีเย่เอ่ย่างติดตลก " อย่าได้เข้าใจผิด นี้ไม่ใช่ของแสดงความรัก "ฃ



ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นแม้จะนิ่งมาก แต่นางก็สัมผัสถึงบางอย่างได้ แม้ว่าเขาจะเอ่ยอย่างหยอกล้อ ฉิวหรงว่านเสวี่ยก็ยังพบว่ามันเต็มไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนหวาน



" เอาละ การประมูลนั้นมีทั้งหมดเก้าโลงศพ นี้เป็นโลงศพที่สอง โลงศพสีเงิน " ภูติปีศาจเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " มันเป็นของดีอย่างมากโดยเฉพาะเผ่าพันธ์ผี น้ำจิตวิญญาณราตรี - ผู้ฝึกตนเผ่าพันธ์ผีที่ใช้น้ำนี้แน่นอนว่านจะเพิ่มความแข็งแกร่งของพรสวรรค์ที่แท้จริงได้ "



ภูติปีศาจนั้นเปิดโลงศพสีเงิน ภายในนั้นปรากฏเป็นน้ำสีเขียวอ่อน ผู้ฝึกตนนั้นสัมผัสได้กลิ่นอายของมันและรู้สึกว่าพรสวรรค์ที่แท้จริงของพวกเขานั้นมีชีวิตชีวามากขึ้น



มันยิ่งทำให้ทุกคนคิดได้ว่าน้ำจิตวิญญาณราตรีนี้มีประโยชน์ต่อเผ่าพันธ์ผีอย่างมาก



" ข้าต้องการจะเล่าเรื่อง ข้าต้องการจะเล่าเรื่อง ! " ผู้คนนั้นเริ่มจะแข่งขันกันเพื่อเล่าเรื่อง



หลี่ฉีเย่ทำเพียงยิ้มก่อนปิดดวงตาของเขา น้ำจิตวิญญาณราตรีนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับเขา



ภูติปีศาจชี้ไปยังผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์คนหนึ่งและเอ่ย " เอาละ เจ้าลองก่อน "



ผู้ฝึกตนที่ถูกเลือกโดยภูติปีศาจนั้นกลายเป็นมีความสุขและเริ่มจะเอ่ย " มันมีเด็กน้อยคนหนึ่งที่ตกลงไปยังถ้ำปีศาจอมตะ ในถ้ำปีศาจอมตะนั้นมีหญ้าอมตะปรากฏ..."



" ไร้สาระ ! " เขานั้นเอ่ยเพียงไม่กี่คำก่อนจะถูกขัดโดยภูติปีศาจและขว้างเขาออกไป



" ข้ามีเรื่องเล่า ข้ามีเรื่องเล่า ! " ผู้ฝึกตนคนอื่นไม่ยอมแพ้ พวกเขายังพยามตะโกนเสียงดัง



ภูติปีศาจนั้นสุ่มเลือกคนมา ชายคนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเอ่ย " ในยุคแห่งการล่าดินแดน ฟินิกซ์ทองคำปรากฏในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นมันก็บินไปยังป้อมปราการอมตะ.."



" ไร้สาระ ! " ผู้ยาว์คนนั้นคิดว่าเรื่องของเขาน่าประทับใจมาก แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยจบเขาถูกภูติปีศาจจับโยนออกมา



เรื่องเล่าหลายเรื่องนั้นถูกหยิบยกขึ้นมา บางเรื่องนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าดีมาก ทว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังถูกโยนออกไป



ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อนางถือโลงศพหยกไว้ นางนั้นฟังเรื่องเล่าหลายอย่างและพบว่ามันแปลก บางเรื่องเล่านั้นน่าประทับใจ บางเรื่องกระทั้งเทียบได้กับตำนานของจักรพรรดิอมตะ แต่พวกเขาทั้งหมดล้วนโดนภูติปีศาจจับเขวี่ยงออกไป



ในความเป็นจริงไม่ใช่นาง กระทั้งคนอื่นๆก็ยังสับสน ทำไมภูติปีศาจถึงได้ไม่ยอมรับเรื่องเล่าเหล่านี้ ?



" นายน้อย ทำไมภูติปีศาจนั้นถึงสนใจเรื่องเล่าของท่าน ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยกระซิบถามหลี่ฉีเย่



หลี่ฉีเย่เหลือบมอมนางและยิ้มเอ่ย " ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรื่องเล่าแต่อยู่ที่ข้อมูลภายใน มันจะต้องมีค่าและมีประโยชน์ ! "



" ข้อมูลที่มีค่าและมีประโยชน์ ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ นางนั้นไม่รู้สึกว่าเรื่องที่หลี่ฉีเย่เล่านั้นมีคุณค่าหรือประโยชน์แต่อย่างใด



" นี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าเข้าใจ " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " หากพวกเขาไม่ใช่ตัวตนอมตะในอดีตหรือปีศาจอมตะ เช่นนั้นพวกเขาจะรู้ข้อมูลภายในเรื่องเล่านั้นได้อย่างไร ? "



ฉิวหรงว่านเสวี่ยทันใดนั้นก็นึกถึงเรื่องเล่าของหลี่ฉีเย่ หากหลี่ฉีเย่กล่าวเช่นนั้น บางทีเรื่องเล่าของเขาจะต้องมีความลับที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ แต่นางกับไม่รู้สึกถึงความลับใดๆที่ซ่อนอยู่ภายในเรื่องเหล่านั้น



" อย่าคิดมากเกี่ยวกับมัน เจ้านั้นยังขาดประสบการณ์และความรู้อีกมากที่จะเข้าใจ " หลี่ฉีเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม



ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นถอนหายใจเบาๆและยอมแพ้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ อย่างที่หลี่ฉีเย่เอ่ย ความใจและความลับของเรื่องเล่านี้อยู่เหนือความคิดของนาง



หลังจากที่หลายสิบคนถูกโยนออกไป ผู้คนก้ตระหนักได้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเล่าเรื่องได้และสุดท้ายพวกเขาก็นำสมบัติมาแลกเปลี่ยน



สุดท้าย โลงศพที่สองก็ถูกแลกให้กับผู้ฝึกตนจากตระกูลโบราณ และแลกมันกับตัวอักษรเก่าแก่



หลายคนคิดว่ามุมมองของภูติปีศาจนั้นแปลกอย่างมาก หากเป็นผู้ฝึกตนคนอื่นพวกเขาจะต้องมองหาคัมภีร์เป็นอันดับแรกและสมบัติเป็นลำดับสอง ในสายตาพวกเขาภาพวาดและตัวอักษรโบราณล้วนไม่มีค่า แต่ภูติปีศาจนั้นกับหลงใหลของสองสิ่งนี้



ผู้ฝึกตนหลายคนเต็มไปด้วยความเสียใจ หากพวกเขารู้ว่าภูติปีศาจนั้นชอบของแปลกๆแบบนี้ เช่นนั้นพวกเขาจะได้ไปซื้อพวกมันในโลกมนุษย์ เพราะภาพวาดและตัวอักษรเหล่านี้ล้วนไม่มีค่าและพวกเขาสามารถซื้อได้ตามที่พวกเขาต้องการ



ขณะที่คนอื่นรู้สึกว่าของชิ้นนั้นเป็นของไร้ค่า หลี่ฉีเย่เปิดตาของเขาและเอ่ย " สิ่งของที่ดี "



" มันคืออะไร ? " ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นยังไม่รู้ว่าภาพวาดและตัวอักษรโบราณนั้นมีประโยชน์แต่อย่างไร มันดูเหมือนงานศีลปะธรรมดา และไม่มีประโยชน์สำหรับผู้ฝึกตน



หลี่ฉีเย่ยิ้มอธิบาย " นี้เป็นสิ่งที่มีจากราชวงศ์โบราณ คนธรรมดานั้นไม่สามารถมองผ่านความลึกซึ้งของพวกมันได้ มันเป็นของที่คุ้มค่าอย่างมาก "



หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้เปิดเผยความลับของมันทั้งหมด แต่ฉิวหรงว่านเสวี่ยก็รู้ว่าของชิ้นนี้นั้นไม่ธรรมดาแน่ๆ นางนั้นประหลาดใจที่ว่าหลี่ฉีเย่รู้หลายสิ่ง มันเหมือนกับว่าเขานั้นรู้ความลับจำนวนมาก



ราวกับว่าเขานั้นรู้ความคิดของนาง หลี่ฉีเย่จึงเอ่ย " เพราะข้านั้นอ่านมามาก นี้เป็นเหตุผลทำไมข้าจึงรู้เยอะ "



ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย หากทุกอย่างในโลกถูกเขียนลงไปแล้ว เช่นนั้นมันจะไม่มีความลับอีก



ภูติปีศาจนั้นเริ่มประมูลต่อหกโลงศพที่เหลือ รวมถึงโลงศพสี่ทองและโลงศพไม้ศักดิ์สิทธิ์ สมบัติแปลกๆที่อยู่ภายในล้วนไม่มีใครรู้จัก



ของสองชิ้นนี้นั้นมีความพิเศษอย่างมาก มันเป็นสิ่งของที่แม้แต่นิกายทรงอำนาจก็ยังไม่มี การประมูลนายน้อยกระดูกทองคำและเจ้าชายประกายศักดิ์สิทธิ์นำของจากนิกายพวกเขาออกมา แต่ทั้งสองก็ถูกปฏิเสธ



ผู้คนพบว่าสิ่งของของภูติปีศาจนั้นต้องการราวกับถูกขุดออกมาจากสุสานใหญ่ รวมถึงโลงศพหยกที่หลี่ฉีเย่ได้มาด้วย บรรดาหกโลงศพที่เหลือ สี่โลงศพนั้นแลกเปลี่ยนสำเร็จทุกอย่างล้วนแลกเป็นของในสุสานใหญ่



ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์นั้นเริ่มเข้าใจว่าภูติปีศาจนี้มองหาของที่มาจากสุสานใหญ่ ดังนั้นพวกเขาจึงพยามหาสมบัติที่พวกเขามีอยู่



" สองโลกศพสุดท้ายนี้กล่าวได้ว่ามันน่ามหัศจรรย์อย่างยิ่ง และหาอยากย่างมากในโลก " หลังจากเจ็ดลงศพถูกแลกเปลี่ยน ภูติปีศาจสุดท้ายก็อมยิ้มเอ่ย " ตราบใดที่พวกเจ้าได้รับหนึ่งในสองนี้ไป เมื่อวันที่พวกเจ้าเข้าใจมัน มันจะกลายเป็นประโยชน์กับพวกเจ้าอย่างมหาศาล "



ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์กลายเป็นตื่นเต้นหลังจากได้ที่ยินเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้เจ็ดโลงศพนั้นเต็มไปด้วยรายการที่ดี และตอนนี้เหลือเพียงสอง มันดูเหมือนว่าทั้งสองนี้นั้นจะดูมีค่ามากกว่าเจ็ดโลงศพก่อนหน้า เขากระทั้งบอกว่ามันหายากอย่างมากในโลก ดังนั้นพวกผู้เยาว์จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น



ในเวลานี้ ภูติปีศาจนั้นนำโลงศพที่น้ำตาลเข้มออกมา โลงศพนี้มีขนาดใหญ่อย่างมาก มันใหญ่เป็นสองเท่าของโลงศพธรรมดาและดูเหมือนมีของขนาดใหญ่ใส่ไว้ภายใน



ตอนนี้ภูติปีศาจนั้นหรี่ดวงตาและเอ่ย " ตอนนี้ให้ข้าดูสมบัติของพวกเจ้า หากข้าชอบมันโลงศพนี้จะเป็นของเจ้า "



" ทำไมท่านไม่เปิดโลงศพและให้พวกเราดูของภายในก่อน ? " ผู้ฝึกตนบางคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม



ภูติปีศาจนั้นตอบอย่างไม่แยแส " ไม่ต้องรีบ ของของข้านั้นดีอย่างแน่นอน รอจนข้าดูข้อเสนอของพวกเจ้าก่อน และข้าจะเปิดมันภายหลัง "



เมื่อได้ยินเขากล่าว ผู้คนก็รีบนำสมบัติของพวกเขาออกมาให้ดูอย่างรวดเร็วและไม่กล้าชักช้า



" ข้ามีหินงาช้างที่พบในประตูห้าเขตแดน " ผู้ฝึกตนคหนนึ่งนำของของเขาออกมาและให้ภูติปีศาจดู



" ข้ามีหินแม่น้ำ นี้อยู่ภายในลำต้นผีสาหร่ายจากแม่น้ำผี " ผู้คนเริ่มนำของพวกเขาออกมา



ขณะเดียวกัน ภูติปีศาจนั้นมองไปยังของของเจ้าชายประกายศักดิ์สิทธิ์ เจ้าชายตระหนักได้ว่าภูติปีศาจนั้นสนใจของของเขา เขาจึงเอ่ย " ข้าได้มันมาจากสุสานใหญ่ เมื่อมันโดนแสงมันจะเป็นประกาย แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่ามันเป็นสมบัติแบบใด แต่ข้าก็เชื่อว่ามันมีค่า "



" สิ่งนี้น่าสนใจ " ภูติปีศาจมองไปยังเจ้าชายและพยักหน้า



นายน้อยกระดูกทองคำหยิบดวงตาสีเทาออกมาและเอ่ย " นี้เป็นดวงตาสีเทาที่ถูกทิ้่งไว้โดยปราชญ์อมตะของเผ่าข้า ต้นกำเนิดของมันนั้นไม่ชัดเจน แต่มันต้องน่าตกตะลึงอย่างแน่นอน "



" ถูกต้อง ของสิ่งนี้หายากอย่างมาก " ภูติปีศาจมองไปยังของชิ้นนั้นและพยักหน้าเห็นด้วย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้