ตอนที่ 477 การอำลาอีกครั้ง

หลังจากผ่านไปนาน ประกายแสงทันใดนั้นก็พุ่งออกมาจากวิหารโบราณ มันเป็นประกายแสงเดียวกันที่พุ่งออกจากกล่องของหลี่ฉีเย่ ตอนนี้มันกลับมาที่นี่กล่องแล้ว



ผ่านไม่นาน กลุ่มของประกายแสงก็ถูกยิงออกมาจากวิหารโบราณ แต่ฉิวหรงว่านเสวี่ยไม่สามารถมองเห็นรูปร่างของมันได้ชัดเจน แสงเหล่านี้เขาไปยังภายในตัวของหลี่ฉีเย่และสะท้อนเป็นแสงสีเขียว มีเสียงโซ่ลากปรากฏขึ้นทั่วร่างกายของเขาราวกับมีเกราะนักรบถูกวางอยู่



หลี่ฉีเย่นำกล่องของเขากลับไปช้าๆก่อนจะเปิดประตูพรสวรรค์และเก็ยตอไม้เข้าไป เขาทันใดนั้นก็เปิดตาและถอนหายใจด้วยความโล่งอก



" สำเร็จ ! " ฉิวกวงหว่านั้นกลายเป็นตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะพึมพำ " ตั้งแต่เขามีความสามารถในการขุดสิ่งนั้นออกมาได้..รวมกับเกราะนักรบนนี้ เจ้าแน่นอนแล้วว่าจะรอดชีวิตกลับมาจากสงครามครั้งนี้ "



" ข้าก็หวังว่าอย่างนั้น " หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างใจเย็น " นี้เป็นเพียงแค่หนึ่งในการป้องกัน พวกเราไม่สามาราถตัดสินได้ว่าใครจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะจนกว่าจะจบ ทว่าข้ามั่นใจแล้วว่าอย่างน้อยข้าก็ไม่ตายคนแรก "



" ตูม ! " การระเบิดนั้นเกิดขึ้นภายในวิหารโบราณราวกับสวรรค์และปฐพีจะถูกขยี้และโลกสั่นสะเทือน



ท้องฟ้าภายในวิหารโบราณ เงาที่อยู่ใกล้กับประตูทันใดนั้นอำนาจออกมาและพลังของมันนั้นพร้อมจะทำลายทุกสิ่งเพื่อขว้างการคำสาปจากสวรรค์



นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน ดังนั้นฉิวหรงว่านเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะอุทาน " นี้มันเกิดอะไรขึ้น ? "



หลี่ฉีเย่จ้องมองไปภายในที่วิหารโบราณและพึมพำ " นี้ถึงจุดเปลี่ยนแล้ว ท้ายที่สุดการเดิมพันครั้งสุดท้ายก็ได้เริ่มขึ้น "



ตัวอักษรโบรษรปรากฏบนพื้นดิน ก่อนที่ฉิวหรงว่านเสวี่ยจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นางก็สูญเสียการมองเห็น หลี่ฉีเย่ , ฉิวหรงว่านเสวี่ย , ฉินกวนหว่า นั้นถูกส่งออกมา



ในเกาะแห่งเต๋าของเผ่าพันธ์ผี สีสันของพวกมันทั้งหมดได้หายไป ไฟได้เจาะผ่านชั้นฟ้าราวกับอำนาจทั้งหมดของมันถูกถอนออกไป



ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ประตูเต๋าทันใดนั้นก็ปรากฏขึ้นก่อนจะเคลื่อนย้ายผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ทั้งหมดออกไป



แม้แต่ทะเลสีทองที่ทรงอำนาจก่อนหน้านี้ถูกดูดออกไปจนแห้ง เป็นทะเลสีดำครอบคลุมพื้นทีนี่อีกครั้ง



ทะเลราตรีกลับกลายเป็นเหมือนก่อนหน้า กลางมหาสมุทรน้ำสีดำทันใดนั้นก็กระจายออกมาและเริ่มขยายปกคลุมน้ำสีใส



" โอ้ มารดาท่าน นี้มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น ? " ผู้ฝึกตนพยามวิ่งหนีออกจากทะเลราตรีด้วยความเร็วสูงสุด ความตายเป็นผลลัพธ์ที่แน่นอนหากพวกเขาสัมผัสกับทะเลสีดำ



คนจำนวนนับไม่ถ้วนถูกเคลื่อนย้ายมายังสุสานใหญ่โดยไม่มีการแจ้งเตือน หลายคนตกตะลึงกับฉากนี้



" นี้มันเกิดอะไรขึ้น ? " พวกเขาเต็มไปด้วยความสับสัน



แม้แต่เทียนหุยหลี่ก็ไม่มีข้อยกเว้น เขานั้นยังไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการเรียนรู้เต็มที่ดังนั้นเขาจึงเต็มไปด้วยความเสียใจ " น่าอัปยศยิ่ง " หากมีเวลามากกว่าเทียนหุยหลี่มั่นใจว่าสามารถเข้าใจพวกมันได้



หลี่ฉีเย่ , ฉิวหรงว่านเสวี่ย , ฉินกวงหว่า ถูกเคลื่นอมายังอีกสถานที่หนึ่งของสุสานใหญ่



ฉินกวงหว่ามองไปรอบๆและเอ่ย " ข้าต้องกลับไปยังโลงศพของข้า เมื่อเจ้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว แจ้งให้ข้าทราบด้วย " เขาทันใดนั้นก็ทิ้งสิ่งของให้กับหลี่ฉีเย่



หลี่ฉีเย่รับของนั้นมาก่อนจะพยักหน้าและเอ่ย " แน่นอน ข้าจะปล่อยเรื่องของทัพหน้าให้กับเจ้า "



ฉิวกวงหว่าหันหลังจากนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย



ฉิวหรงว่านเสวี่ยพบว่ามันแปลกและเอ่ยถาม " นายน้อย ภูติปีศาจนั้นเป็นมนุษย์หรือว่าผี ? "



" เขาไม่ใช่ทั้งมนุษย์และผี แต่เป็นตัวตนที่ดำรงอยู่หลังจากถูกบูชายัญ " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย



นางนั้นไม่รู้ว่าการบูชายัญอะไร แต่นางก้ไม่ได้ถามเพิ่ม จากนั้นนางเอ่ย " นายน้อย พวกเราจะทำอะไรต่อไป ? "



หลี่ฉีเย่หรี่สายตาของเขาก่อนจะเอ่ย " พวกเราจะกลับไปยังตำหนักบุปผาบรรพชน หวังเจียงฟู่จะจัดการเรื่องที่เหลือ มันขึ้นอยู่กับเวลาที่พวกเราจะออกจากสุสานใหญ่ "



หลี่ฉีเย่นั้นได้รับสิ่งของที่เขาต้องการมาแล้ว ดังนั้นมันถึงเวลาที่เขาจะไปยังหลุมฝังศพแห่งลางร้าย เกาะที่สูญหายอยู่ที่นั้นและสิ่งที่เขาต้องการก็อยู่ที่นั้นเช่นกัน



หลี่ฉีเย่กลับไปยังตำหนักบุปผาบรรพชนอีกครั้ง เขานั้นทิ้งฉิวหรงว่านเสวี่ยไว้ด้านนอกและเข้าไปพบกับเจ้าตำหนักเพียงลำพัง



" เจ้ายังไม่จากไปอีก ! " เจ้าตำหนักบุปผาบรรพชนเอ่ยอย่างไร้อารมณ์ มันเหมือนกับว่าเจ้าตำหนักนั้นไม่ต้องการจะพบหลี่ฉีเย่



" ข้าพึงออกมาจากสถานที่แห่งนั้น " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม " บางทีข้าอาจจะมีข้อมูลบางอย่างที่เจ้าสนใจ "



" เจ้าไม่ได้มาหาข้าเพียงเพื่อจะบอกข่าวหรอกใช่หรือไม่ ? " เจ้าตำหนักเอ่ยอย่างเย็นชา " แม้ว่าเจ้าจะไม่บอก ข้าก็พอจะคาดเดามันได้สักหนึ่งหรือสองอย่าง ! "



" เจ้าจะต้องอยากได้ยินมันอย่างแน่นอน ตัวอย่างเช่น อำนาจทำลายสวรรค์ " หลี่ฉีเย่เอ่ย



" เร็วเข้ารีบพูดมันออกมา ! " เจ้าตำหนักเอ่ยอย่างเย็นชา " อย่าทำให้ข้าเสียเวลา ข้ายังคงรู้อยู่ดีแม้ว่าเจ้าจะไม่บอกข้า "



" เจ้าทำราวกับว่าข้าเป็นคนที่มาเพื่อที่จะเอาของบางอย่างไป ข้าไม่สามารถมาเพื่อที่จะบอกลาได้เลยรึไง ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มขมขื่นและเอ่ยถาม



" เจ้าไม่ใช่พวกคนที่จะมาโดยปราศจากเหตุผล " เจ้าตำหนักเอ่ย " สำหรับการร่ำลา...เจ้าเคยมาเอ่ยคำลาด้วยรึ ? หากข้าจำไม่ผิด หลังจากครั้งนั้นเจ้าก็หนีออกไปอย่างรวดเร็วและไม่ปรากฏตัวอีกเลย เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นพวกชอบเอ่ยลาคนอื่น ? "



" เอ่อ...ครั้งสุดท้ายนั้นมันเป็นกรณีพิเศษ " หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างลำบาก " ข้าต้องการกล่าลอำลา แต่ข้าต้องนำจักรพรรดิอมตะหมิงตู่ออกไปด้วยเพราะข้ากำลังเร่งรีบ ผลของมันก็คือข้าเลยลืมเอ่ยคำลา "



" เป็นงั้นรึ ? " เจ้าตำหนักเอ่ยด้วยความไม่อยากเชื่อ " หากข้าจำไม่ผิด ตอนนั้นหมิงตู่จากไปพร้อมกับเจ้า ไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นคนพาเขาออกไป ? "



" อ่า...ฮ่าฮ่า ข้าเกือบจำไม่ได้แล้ว " หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างเขินอายและเอ่ย " มันก้นนานมาแล้วดังนั้นข้าจึงลืม คนเราควรจะเดินไปข้างหน้า และเต็มไปด้วยความหวัง "



" ขอโทษที่ข้าไม่ใช่คนเช่นเจ้า พวกที่ชอบเดินไปข้างหน้าและไม่เคยหันกลับมา " เจ้าตำหนักแค่นเสียง



" ข้า..." หลี่ฉีเย่นั้นอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ปิดปากและถอนหายใจเบาๆ



เจ้าตำหนักนั้นกลายเป็นเงียบสงบก่อนจะเอ่ยต่อ " เร็วเข้ารีบเอ่ยธุระของเจ้ามา ความอดทนของข้ามีจำกัดและเวลาข้ามีไม่มาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีชีวิตนิรันดร์และเสียเวลาเปล่าได้อย่างเจ้า ! หากไม่มีอะไรแล้วข้าจะกลับไปนอน "



" ขะ..ข้ามีบางอย่าง.." หลี่ฉีเย่พูดอย่างติดอ่าง เขาไม่รู้ว่าจะเอ่ยเรื่องนี้อย่างไร นี้มันไม่ง่ายเลยที่จะขอโทษหากเอ่ยมันออกไป



เจ้าตำหนักกวาดผ่านหลี่ฉีเย่อย่างเย็นชาก่อนจะเอ่ยตัดหน้า " อย่าบอกข้านะว่าเจ้าต้องการจะขุดสุสานใหญ่ของข้าอีกครั้ง ? "



หลี่ฉีเย่จนปัญญา เขาทำได้เพียงถูมือไปมาก่อนจะเอ่ย " เรื่องมันเป็นอย่างนี้...เจ้าไม่รู้สึกว่าหวังเจียงฟู่นั้นมีค่าพอให้สั่งสอนหรอกรึ ? "



" หวังเจียงฟู่ ? " เจ้าตำหนักอุทานอย่างเย็นชา " ปีนั้นเจ้าเอาหมิงตู่ออกไป ยังไม่พอ ? นี้เจ้ากำลังจะทำลายกฏของสุสานใหญ่อีกครั้ง ! "



หลี่ฉีเย่รีบเอ่ยอย่างรวดเร็ว " แต่หวังเจียงฟู่และหมิงตู่นั้นต่างกัน หวังเจียงฟู่นั้นอยู่ในสุสานใหญ่และเขาเป็นกลุ่มก้อนความรู้สึกจริงๆ ปีนั้นหมิงตู่ได้รับการสร้างใหม่ที่ดี แต่หวังเจียงฟู่ก็ไม่ได้น้อยหน้า ทว่าเวลานั้นยังไม่สุกงอม แม้แต่ต้นกำเนิดของหมิงตู่ เขาก็ยังมีคุณค่าต่อสุสานหใหญ่ หากหวังเจียงฟู่ออกมา จากนั้นเขากลายเป็นศิษย์ของสุสานใหญ่ ข้ารับประกันได้เลยว่าในอนาคตเขาจะต้องสร้างผลงงานที่ดีให้กับสุสานใหญ่ ข้าสังเกตเห็น..."



" พอแค่นั้นแหละ ! " เจ้าตำหนักตะโกน " เป็นไปไม่ได้ ! ปีนั้นเป็นข้าเองที่ใจดีเกินไป กฏของสุสานใหญ่นั้นไม่สามารถถูกทำลายได้อีก ข้าจะไม่สร้างข้อยกเว้นครั้งที่สอง ! "



เจ้าตำหนักนั้นยืนกรานเดียวกับเรื่องนี่เพื่อไม่ให้มีช่องว่างในการเจรจาอีกต่อไป



หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะกลายเป็นเงียบ และค่อยถอนหายใจออกมาพร้อมกับยิ้มขมขื่น " เช่นนั้น...ข้าจะไม่บังคับเจ้า ปีนั้นเมื่อข้าใช้กำลังนำหมิงตู่ออกไปเป็นความผิดของข้าเอง เวลานี้ข้ากลับมาเพื่อขอโทษเจ้า หากเจ้าไม่เห็นด้วยข้าก็จะฟังเจ้า พวกเราเพียงสามารถพูดได้ว่าหวังเจียงฟู่โชคไม่ดีเท่านั้น "



เจ้าตำหนักยังคงตอบสนองอย่างเย็นชา



หลี่ฉีเย่ยังคงกล่าวต่อ " เวลานี้ ข้ามาเพื่อกล่าวลา เมื่อข้าได้สิ่งที่ต้องการ นั้นจะเป็นเวลาประกาศสงคราม "



" เจ้ากล่าวถูก ข้ามีชีวิตนิรันดร์และยังมีเวลาอีกมาก แต่นั้นก็เป็นเพียงแต่ก่อนยามที่ข้าเป็นอีกาทมิฬ ข้าได้ไม่ไดกล่าวลาเจ้าในเวลานั้นเพราะว่า ข้ารู้ดีว่ายังมีเวลาเพียงพอที่จะกลับมาพบกับเจ้าอีกครั้ง " หลี่ฉีเย่ถอนหายใจเบาๆ



มาถึงตอนนี้่ เขาก็คงยิ้มและเอ่ยต่อ " แต่ตอนนี้ ข้านั้นไม่ใช่อีกาทมิฬและไม่ได้มีชีวิตนิรันดร์ เมื่อข้าจากไปในเวลานี้ ข้าไม่รู้ว่าจะมีโอกาสกลับมายังสุสานใหญ่อีกครั้งหรือไม่ "



" เพราะเรื่องนี้ นอกจากเรื่องเจียงหวังฟู่ ข้ามาเพื่อกล่าวอำลาอย่างแท้จริง " หลี่ฉีย่เอ่ย " ไม่ว่าจะอย่างไร เจ้ายังมีโอกาสรอทีจะถึงวันนั้น และข้าหวังว่ามันจะมีวันที่พวกเราได้พบกันอีกครั้งในอนาคต ! "



เจ้าตำหนักนั้นนิ่งเงียบโดยไม่เอ่ยสิ่งใดและจ้องไปยังหลี่ฉีเย่ด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและไม่สามารถอ่านได้



หลี่ฉีเย่จ้องเจ้าตำหนักก่อนจะเอ่ย " ดูแลตัวเองด้วย ข้าหวังว่าพวกเราจะได้พบกันอีกในอนาคต ! "



เจ้าตำหนักยังคงนั่งอยู่เงียบๆและไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้