ตอนที่ 490 การเผาไหม้ประกายศักดิ์สิทธิ์

สมาชิกของเผ่าพันธ์ผีนั้นเอ่ยอย่างขัดแย้ง " เจ้าหญิงฟินิกซ์นี้มีความเห็นใจต่อชีวีตเป็นศูนย์ นางกระทั้งกล้าใช้การเสียสละเลือดกับสมาชิกของเผ่าพันธ์ผี "



ทว่านี้ก็เป็นเพียงการแสดงความไม่พอใจ แต่ไม่มีใครกล้าจะทำอะไรมากับเจ้าหญิงฟินิกซ์ตั้งแต่นางนั้นเป็นคู่หมั้นของตี๋เชา วิธีการของนางกล่าวได้ว่าดุร้าย แต่ตัวตนระดับสูงจำนวนมากต่างไม่กล้าขัดแย้งกับนาง



" ปัง ! ปัง ! ปัง ! " กระถางโลหิตโยกไปมา มีฝ่ามือขนาดใหญ่ปะทะเข้ากับผิวของมัน มันเห็นได้ชัดว่าหลี่ฉีเย่พยามจะทำลายกำแพงหมอกเลือดนี้เพื่อหลบหนี



กระถางเลือดนั้นมีพลังเหนือจินตนาการ แม้ว่าหลี่ฉีเย่จะมีอำนาจทำลายทุกอย่างภายในกระถาง แต่เขาก็ยังไม่สามารถผ่านผนังของหมอกโลหิตออกมาได้



หลังจากคลื่นของการโจมตี เสียงภายในกระถางก็เงียบลงและหายไปอย่างสิ้นเชิง มันดูเหมือนว่าหลี่ฉีเย่จะไม่สามารถทำลายออกมาได้และถูกกลั่นอยู่ภายใน



สังเกตเห็นบรรยากาศที่เงียบสนิท บางคนพึมพำ " หลี่ฉีเย่อาจจะตายไปแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้โหดร้ายเกินไปและหลี่ฉีเย่อาจจะตายในกระถางเลือด "



หัวใจของสมาชิกเผ่าเพันธ์ผีสั่นสะท้าน ขณะที่พวกเขาพึมพำ " การเผาไหม้ประกายศักดิ์สิทธิ์ช่างโหดร้ายจริงๆ นี้เป็นการคลื่นไหวที่รุนแรงยิ่ง "



ในช่วงเวลานี้ผู้เชียวชาญเผ่ามนุษย์หลายคนสูดลมหายใจเข้าลึก พวกเขารู้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติเมื่อกระถางกลายเป็นเงียบ แต่พวกเขาก็ยังมั่นใจว่าหลี่ฉีเย่ยังไม่ตาย สุดท้ายความดุร้ายของหลี่ฉีเย่ก็เป็นความภูมิใจของเผ่ามนุษย์ในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ และชื่อเสียงของเขาจะถูกจารึกจากการต่อสู้นี้



ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นกลายเป็นซีดขาวและเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ หลังจากเห็นกระถางโลหิตไม่เคลื่อนไหว " ไม่ มันไม่ควร..."



ตรงกันข้ามกับนางที่ซีดขาว หลานอวิ๋นจูนั้นสงบกว่ามาก นางเอ่ย " ไม่ต้องกังวล หากการโจมตีสามัญเช่นนี้สามารถฆ่าเขาได้ เช่นนั้นเขาจะต่อต้านเชื้อสายจักรพรรดิได้อย่างไร ? เชื้อสายจักพรรดริที่มีชื่อเสียงในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ได้ปรากฏตัวออกมา เช่นนั้นเพียงเจ้าหญิงฟินิกและประเทศประกายศักดิ์สิทธิ์จะฆ่าเขาได้รึ ? เขาต่อต้านกับคนทั้งโลกได้ยังไงหากไม่สามารถผ่านสถานการณ์นี้ได้ ? "



ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกและสงบความรู้สึกของนาง จากนั้นนางก็จ้องอย่างจริงจังไปยังกระถางโลหิตและหวังว่าหลี่ฉีเย่จะออกมา



" วิธีการของเจ้าหญิงฟินิกซ์ช่างน่าประทับใจอย่างมาก " เห็นกระถางกลายเป็นเงียบ ผู้เชียวชาญผีเอ่ยด้วยอารมณ์



แม้ว่าการจะใช้ผู้เชียวชาญผีนับหมื่นสร้างผลลัพธ์เช่นนี้คนจำนวนมากไม่มีความสุข พวกเขาก็ต้องยอมรับว่านี้คือการเคลื่อนไหวที่ดี



บางทีตั้งแต่เริ่มต้น เจ้าหญิงฟินิกซ์อาจจะคาดการณ์ผลลัพธ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ไว้แต่แรก รางวัลนั้นทำเพียงเป็นเหยื่อล่อคนโลภจำนวนมาก สุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อมนางก็ใช้การสังเวยเลือดนี้ฆ่าหลี่ฉีเย่ ! บางทีทุกคนที่นี่เป็นเพียงเบี้ยในแผนของนาง ทั้งผู้เชียวชาญและหลี่ฉีเย่เป็นเพียงหมากในกระดานของนาง



กระทั้งตัวตนที่ยิ่งใหญ่จากเผ่าพันธ์ผีก็ยังสั่น วิธีการของเจ้าหญิงฟินิกซ์นั้นส่องประกาย นางไม่ใช่คนไม่มีสมอง



ตัวตนอมตะเช่นตี๋เชานั้นเป็นแหล่งที่มาของความหวาดกลัว และเมื่อรวมกับผู้วางแผนที่ดีอย่างเจ้าหญิงฟินิกซ์เขาจะยิ่งน่ากลัวมากขึ้นในอนาคต ! เมื่อทั้งสองร่วมมือกันบัลลังก์หมื่นกระดูกจะถูกนำเข้าสู่ยุคใหม่ !



หลายคนตระหนักได้ว่าการที่เจ้าหญิงฟินิกซ์เป็นคู่หมั้นของตี๋เชานั้นไม่ได้เพียงเพราะความงดงามของนาง !



ความจริง ในหมู่สิ่งมีชีวิตนับล้านในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ มีสตรีงดงามจำนวนนับไม่ถ้วน ในฐานะลูกหลานของบัลลังก์หมื่นกระดูก ตี๋เชานั้นเป็นหนึ่งในอัจฉริยะของผู้เยาว์ในปัจจุบัน เขานั้นมีตัวเลือกจำนวนมากที่จะแต่งงานกับใคร เจ้าหญิงจากประเทศและเทพธิดาจากนิกายขนาดใหญ่ล้วนแต่อยากแต่งงานกับเขา พวกเขากระทั้งมอบให้บัลลังก์เป็นผู้เลือก



ทว่า ตี๋เชาและบัลลังก์หมื่นกระดูก เลือกเจ้าหญิงฟินิกซ์จากประเทศประกายศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่านี้จะเป็นประเทศระดับแรก สถานะของพวกเขาก็ยังห่างไกลอีกมากหากเทียบกับสัตว์ประหลาดอย่างบัลลังก์ เห็นได้ชัดว่านี้เป็นเพราะเจ้าหญิงฟนิกซ์จะต้องมีความสามารถและความฉลาดทั้งการต่อสู้และการวางแผนที่ดี !



เจ้าหญิงนั้นนั้งอยู่บนรถม้าและจ้องไปยังกระถางเลือด ไม่มีอารมณ์บนใบหน้าที่งดงามของนาง มันก็เหมือนกับว่าทุกอย่างนั้นอยู่ในการคาดหมายของนาง



" สมกับเป็นภรรยาของตี๋เชา " บางคนถอนหายใจและเอ่ย " นี้ไม่เพียงแต่จะล้างแค้นให้กับน้องชายของนางแต่ยังเป็นการกำจัดปัญหาของตี๋เชาในอนาคต "



วันนี้ทุกได้เห็นด้วยตา แม้ว่าการบ่มเพาะของหลี่ฉีเย่จะไม่เทียบเท่ากับตี๋เชา เขาก็ยังเป็นภัยคุกคามกับสามวีรบุรุษหากเขามีเวลามากพอ ในอนาคต มนุษย์เช่นนี้หลี่ฉีเย่ก้จะกลายเป็นตัวตนที่ท้าทายบัลลังก์หมื่นกระดูก



แต่ตอนนี้ ทุกคนทำได้เพียงคาดเดา หากหลี่ฉีเย่ตายจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อตี๋เชา



" ตูม ! ตูม ! ตูม ! " กระแสของการระเบิดดังออกมา ตอนนี้เมื่อทุกคนคิดว่าหลี่ฉีเย่ได้ตายไปแล้ว ดอกไม้ทันใดนั้นก็แบ่งบานภายในกระถางเลือด กลายเป็นดอกไม้เลือด



เห็นว่ากระถางกลายเป็นเต็มไปด้วยดอกไม้จำนวนมาก หลายคนเริ่มที่จะอุทาน " เกิดอะไรขึ้น ? "



กระถางทันใดนั้นก็เริ่มที่จะถูกเผาไม้



ตัวตนของเผ่าพันธ์ผีเริ่มที่จะอุทานหลังจากเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ " ไม่ หลี่ฉีเย่ยังไม่ตาย ศิษย์จากประเทศประกายศักดิ์สิทธิ์ทำเพียงแค่สังเวยตัวเอง ! "



การแสดงออกของเจ้าหญิงฟินิกซ์นั้นเปลี่ยนไปและยืนขึ้นจ้องมองไปยังกระถาง



" แกร๊ก ! แกร๊ก ! " ในเวลานี้ กระถางเลือดเริ่มที่จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จากนั้นมันก็พังทลายและร่วงหล่นลงมาจากพื้น



หมอกเลือดภายในกระถางเลือดนั้นถูกเผาไหม้ด้วยคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และสายโซ่สีแดงที่ผนึกท้องฟ้า เมื่อเงาของหลี่ฉีเย่ปรากฏ โซ่แสงสีแดงเริ่มที่จะส่องประกายออกมา พวกมันเปลี่ยนเป็นสายโซ่ขนาดใหญ่และหายเข้าไปในร่างกายของหลี่ฉีเย่



ทุกคนสั่งเกตได้ว่าสังเกตเห็นว่าบาดแผลทั้งหมดของร่างกายเขาหายไปราวกับเขาไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน



" อืมม การสังเวยเลือดนี้สามารถยกระดับเปลวไฟของข้าได้...เป็นการสนับสนุนที่ดี " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้มขณะที่เก้าดวงตะวันของเขาปรากฏอยู่ด้านหลังก่อนจะออกมา



ในอดีต เก้าตะวันผนึกสวรรค์นั้นเป็นทักษะที่ถูกผนิดไว้ ทักษะต้องห้ามอย่างการเผาไหม้ประกายศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่สามารถเทียบกับทักษะโบรษรนี้ได้ การเผาไหม้เลือดเหล่านี้ได้เพิ่มอำนาจของเก้าตะวัน และแก่นแท้ของเลือดทั้งหมดได้ยกระดับของเปลวไฟ



ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นเต็มไปด้วยความยินดีก่อนจะกำหมัดแน่นและอุทาน " ดียิ่ง ! "



หลานอวิ๋นจูรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์เช่นนี้จะต้องเกินขึ้น นางเพียงส่ายหัวและเอ่ย " ทุกอย่างจะจบสิ้นหากตี๋เชายังไม่มา "



ผู้เชียวชาญเผ่ามนุษย์อดไม่ได้ที่จะโห่ร้อง หลังจากเห็นหลี่ฉีเย่ยังมีชีวิต " ฮ่าฮ่า ข้ารู้แล้ว อัจฉริยะของเผ่าพันธ์มนุษย์ของพวกเขาจะถูกฆ่าตายง่ายๆได้อย่างไร ? "



ผู้เชียวชาญผี นั้นตรงกันข้าม พวกเขานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บางคนเอ่ย " เจ้าสารเลวนี้มันท้าทายสวรรค์เกินไป การที่เขามีชีวิตเช่นนี้...หากเขามีสมบัติจักรพรรดิอยู่ในมือ เช่นนั้นใครจะสามารถหยุดเขาได้กัน ? "



หลี่ฉีเย่ยืนอยู่สบายๆท่ามกลางสนามรบเลือด เขามองไปที่เจ้าหญิงฟินิกซ์จากระยะไกลและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " ใช้ทุกอย่างที่เจ้ามีออกมาตราบเท่าที่ยังมีโอกาส "



" ตูม ! " เสียงระเบิดดังออกมา สิบแปดผู้เชียวชาญที่เป็นผู้คุ้มกันของเจ้าหญิงพุ่งไปยังเส้นทางของหลี่ฉีเย่



เหล่าสิบแปดคนนี้นั้นต่างจากคนอื่น พวกเขานั้นสวมหน้าและปลดปล่อยกลิ่นอายเย็นชา ทำให้ทุกคนรู้ว่าพวกเขาได้ผ่านศึกมาอย่างกโชกโชน



อำนาจของจักรพรรดิทั้งใดก็ปรากฏตัวขึ้นรอบตัวพวกเขา พวกเขาทั้งสิบแปดได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นปืนใหญ่จักรพรรดิแท้จริง



" สิบแปดอสูร ! " ผู้เชียวชาญบางคนอุทาน " นี้เป็นผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดของเจ้าหญิงฟินิกซ์ สิบแปดผู้คุ้มกันจากบัลลังก์หมื่นกระดูก ! "



สิบแปดอสูรนั้นไม่ได้มาจากประเทศประกายศักดิ์สิทธิ์แต่มาจากบัลลังก์หมื่นกระดูก พวกเขาทั้งหมดเป็นยอดองค์รักษ์ที่ทรงพลัง แต่สิ่งที่คนอื่นระวังคือการที่พวกเขาฝึกคัมภีร์จักรพรรดิ



มันมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างยอดองค์รักษ์จากนิกายธรรมดากับยอดองค์รักษ์จากเชื้่อสายจักรพรรดิ บรรดาผู้ที่ฝึกคัมภีร์จักรพรรดิจะได้เปรียบและแข็งแกร่งกว่ามาก



พวกเขายังจะมีอะไรเทียบกับบัลลังก์หมื่นกระดูกได้อีก ? หนึ่งนิกายสามจักรพรรดิ พวกเขามีคัมภีร์จักรพรรดิมากกว่านิกายอื่นๆ ราชันเทพสวรรค์จากนิกายนี้ล้วนฝึกคัมภีร์จักรพรรดิจำนวนมาก หากเป็นนิกายอื่นพวกเขาจะต้องได้รับการยกย่อง นี้คือความแตกตต่างระหว่างนิกายธรรมดากับเชื้อสายจักพรรรดิ



" สิบแปดอสูร ! ข่าวลือว่าพวกเขาเป็นการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดและพวกเขาสามารถหยุดการโจมตีเต็มกำลังของราชันเทพสวรรค์ได้ " บางคนอดไม่ได้ที่จะพึมพำ



ผู้เชียวชาญผีอีกคนพยักหน้าเอ่ย " การป้องกันของพวกเขานั้นแข็งแกร่งมาก แม้แต่ราชันเทพสวรรค์ก็ยังไม่สามารถทำลายได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะไม่ได้รับมอบหมายให้คุ้มกันเจ้าหญิงฟินิกซ์..."

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้