ตอนที่ 496 ชื่อเสียงก้องโลก
ทว่าสุดท้าย หลี่ฉีเย่เพียงลำพังก็ฆ่าศัตรูทั้งหมดและทำให้เจ้าหญิงฟินิกซ์ล่าถอย เมฆสีดำมี่ปกคลุมเผ่าเงาหิมะอยู่ได้หายไป ทางออกเช่นนี้ทำให้สมาชิกเผ่าเงาหิมะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและส่งเสียงเชียร์
ฉิวหรงว่านเสวี่ยผู้ที่ยืนดูการต่อสู้จากระยะไกลอยู่นั้นกลายเป็นไร้คำพูด มีน้ำปรากฏอยู่บนหน้าของนาง หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่เป็นเพื่อเผ่าเงาหิมะ
ขณะที่เผ่ามนุษย์คนอื่นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและเอ่ย " ฮ่าฮ่าฮ่า ! เผ่ามนุษย์ของพวกเราจะกวาดผ่านศัตรูในยุคนี้และขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด ! "
มนุษย์หลายคนโห่ร้องสนับสนุนและเอ่ยอย่างตื่นเต้น " ถูกต้อง ! จากนี้ไปอัจฉริยะของเผ่าพันธ์เราจะเทียบได้กับสามวีรบุรุษของโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ ! "
บรรดาผู้ทีเสียใจมากที่สุดกับการต่อสู้ครั้งนี้ก็คือเผ่าพันธ์ผี หากพ่ายแพ้ต่อมนุษย์ในดินแดนเมฆเหินนั้นทำให้พวกเขาทำใจ เพราะนั้นเป็นที่ที่มนุษย์ทรงอำนาจ ทว่าที่นี่คือชายแดนใต้ ! ผู้เชียวชาญนับหมื่นร่วมมือกันก็ยังตกตายด้วยน้ำมือของหลี่ฉีเย่ หลี่ฉีเย่ได้สร้างชื่อเสียงของเขาผ่านการต่อสู้และทำลายความภูมิใจของเผ่าพันธ์ผี
เผ่าพันธ์ผีได้รับพิจรณาว่าเป็นผู้ปกครองโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะเมื่อสามวีรบุรุษในยุคของพวกเขากำลังส่องประกาย พวกเขามั่นใจว่าจักรพรดริอมตะของยุคนี้จะต้องมาจากเผ่าพันธ์ผี ดังนั้นมองไปยังเผ่าอื่นๆ อย่างมนุษย์หรือปีศาจ พวกเขาล้วนไม่อยู่ในสายตา
แต่วันนี้หลี่ฉีเย่กวาดผ่านศัตรูของเขาและทำให้เจ้าหญิงฟินิกซ์พ่ายแพ้ นี้ทำให้เผ่าพันธ์ผีที่หยิ่งยโสนั้นหน้าซีด การต่อสู้นี้ได้ทำลายความภาคภูมิใจทั้งหมดของพวกเขา
เมื่อหลี่ฉีเย่มาถึงจุดที่กลุ่มของหลานอวิ๋นจูยืนอยู่ นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " เฮ้ ท่านลุง ท่านจะมีชื่อเสียงอย่างมากหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ จากนี้ไปมีเพียงสามวีรบุรุษที่สามารถเทียบกับท่านได้ "
หลี่ฉีเย่มองไปที่นางและเอ่ย " สาวน้อย นี้เจ้ากำลังดูถูกข้าหรือไง นำขยะสามตัวนั้นมาอยู่ระดับเดียวกับข้า...นี้คิดว่าข้าเป็นใคร ? "
แม้ว่าทัศนคติของเขาจะหยิ่งยโส แต่ผู้อาวุโสชิและกลุ่มของศิษย์จากเผ่าเงาหิมะไม่คิดว่าเขาโอ้อวด
หลานอวิ๋นจูกลายเป็นขุ่นเคืองและเอ่ย " โอ้ว ท่านลุง ท่านไม่รู้จักการถ่อมตัวบ้างเลยหรือไง ? เพียงแค่การสรรเสริญเล็กน้อยท่านก็ตัวลอยแล้ว ท่านไม่อายบ้างหรือไง ? "
หลี่ฉีเย่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและเอ่ยกับฉิวหรงว่านเสวี่ย " กลับไปและควบคุมสถานการณ์ ศิษย์ของเจ้าต้องการหัวหน้าเผ่าเพื่อดูแลพวกเขา "
ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์และไร้คำเอ่ย ดวงตาของนางนั้นเต็มไปด้วยน้ำตาก่อนจะเอ่ย " ขอบคุณ "
กลุ่มของเผิงจางทั้งหกมองไปยังหลี่ฉีเย่ ในตอนแรกว่าเขาคิดว่าชายคนนี้เป็นเพียงคนธรรมดา พวกเขาไม่คาดว่าหลี่ฉีเย่จะเป็นคนที่กวาดผ่านโลกและขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกับสามวีรบุรุษ ดังนั้นพวกเขาจึงภูมิใจกับหลี่ฉีเย่อย่างมาก เผิงจางชูนิ้วโป้งก่อนจะเอ่ย " นายน้อย ไม่ หัวหน้าใหญ่ ท่านเป็นตัวตนอมตะอย่างแท้จริง ! ท่านน่าประทับใจอย่างมาก ! "
ทั้งหกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจกับการได้เป็นสหายของหลี่ฉีเย่และเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขามาช่วงเวลาหนึ่ง การดำรงอยู่ขอวสามวีรบุรุษทำให้มดตัวเล็กๆเช่นพวกเขาทำได้เพียงมองดู
หลังจากขอบคุณหลี่ฉีเย่ ฉิวหรงว่านเสวี่ยก็ได้นำกลุ่มของเผิงจางและผู้อาวุโสชิกลับไปยังเผ่าเงาหิมะอย่างรวดเร็ว หลังจากมีชีวิตรอดจากพายุครั้งนี้ เหล่าศิษย์ยังคงกังวลและการพึงพาฉิวหรงว่านเสวี่ยอย่างเร่งด่วน
หลังจากนางจากไป หลานอวิ๋นจูเอ่ยกับหลี่ฉีเย่ " กลุ่มของท่านอาจารย์อย่างน้อยจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ท่านจะเปิดหลุมฝังศพแห่งลางร้ายเลยหรือไม่ ? "
หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " ไม่ ข้าไม่ได้รีบร้อน ข้าได้เรียนรู้ทักษะมากมายและต้องทบทวน ข้าได้พบกับมุมมองใหม่ของการต่อสู้และบางทีข้าอาจจะสามารถสร้างทักษะอมตะได้ "
การต่อสู้เลือดครั้งนี้ได้กลั่นทุกสิ่งที่หลี่ฉีเย่มีและผสมพวกมันเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะหมื่นหัตถ์สยบเก้าโลก - มันไปถึงระดับสูงสุด เมล็ดพันธ์ของสุดยอดทักษะปรากฏอยุ่ในหัวของเขา ดังนั้นเขาจึงต้องการเวลาเพื่อที่จะเข้าใจผลลัพธ์ที่ได้จากการต่อสู้ครั้งนี้
" ข้าจะเฝ้าระวังให้ท่านเอง " หลานอวิ๋นจูไม่ได้เอ่ยอะไรมากและเตรียมความปลอดภัยให้เขาทันที นางทำตัวราวกับเป็นผู้พิทักษ์ของเขา
อย่างที่หลานอวิ๋นจูเอ่ย ชื่อเสียงของหลี่ฉีเย่ได้กระจายออกไปหลังจากการต่อสู้นี้เพียงข้ามคืน ชื่อเสียงของเขาได้กวาดไปทั่วชายแดนใต้และกลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับผู้ฝึกตน โดยเฉพาะคนที่เห็นการต่อสู้นั้นด้วยตาตัวเอง คนเหล่านี้มีโอกาสเห็นภาพเห็นการเหล่านั้นซ้ำๆในหัว
จอมโหดเหี้ยมหลี่ฉีเย่ - ฉายานี้ได้กวาดไปทุกที่ในช่วงเวลาสั้นๆ และไม่ได้ด้อยไปกว่าสามวีรบุรุษ
จอมโหดเหี้ยมหลี่ฉีเย่ เป็นความภาคภูมิใจของเผ่าพันธ์มนุษย์เรา ! " ผู้ฝึกตนมนุษย์บางคนเอ่ย
ขณะที่ผู้คนกำลังพูดคุยกันถึงเรื่อการต่อสุ้นี้ มันยังมีบางเรื่องที่ถูกยกขึ้นมานั้นก็คือการเปิดหลุมฝังศพแห่งลางร้าย มันยากที่จะเลี่ยงมือพูดถึงชื่อหลี่ฉีเย่
" หลี่ฉีเย่จะเปิดหลุมฝังศพแห่งลางร้ายเมื่อไหร่กัน ? " ไม่มีใครกล้าจะถามเขาโดยตรง ดังนั้นทุกคนทำได้เพียงคาดเดา
ทว่าผู้คนก็ยังรอจนกว่าเขาจะเปิดหลุมฝังศพ หลังจากการต่อสู้นิกายต่างๆ เริ่มไปตั้งค่ายกันอยู่หน้าหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ไม่กี่วันกลุ่มคนจำนวนมากก็มาตั้งค่ายและรอหลี่ฉีเย่เปิดหลุมฝังศพ
พวกเขาต้องการจะตามเขาเข้าไปภายใน แต่พวกเขาจะทำมันสำเร็จหรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตาของตนเอง
ข่าวของหลุมฝังศพที่กำลังจะเปิดได้แพร่กระจายไปทั่วโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็ว เชื้อสายจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนมุ่งไปยังชายแดนใต้
แม้แต่นิกายขนาดเล็กหรือผู้ฝึกตนพเนจรก็ยังรีบวิ่งมาโดยไม่สนค่าใช้จ่าย
หลุมฝังศพแห่งลางร้ายนั้นเต็มไปด้วยสิ่งล่อใจไร้ที่สิ้นสุดสำหรับผู้ฝึกตนในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ มีวิธีการเป็นิรันดร์ในตำนาน , เม็ดยาชรา และน้ำยาอมตะ สมบัติโบราณและแร่ศักดิ์สิทธิ์ - การสร้างใหม่เหล่านี้ภายในหลุมฝังศพจะนำพวกเขาไปสู่อนาคตใหม่
หลายนิกายและตระกูลได้รีบเร่งมาหลังจากได้ยินข่าว พวกเขากระทั้งส่งข้อความไปหาผู้นำนิกาย นิกายพันแม่น้ำหวนเป็นหนึ่งในนิกายที่มาถึงหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ช่วงเวลาที่พวกเขามาถึง มีปลาขนาดใหญ่แหวกว่ายอยู่เหนือชั้นฟ้า
"นิกายพันแม่น้ำหวนมาอยู่ที่นี่ หรือว่าเพื่อสนับสนุนหลี่ฉีเย่ ? " หลายนิกายตื่นตระหนกที่ได้เห็นเต๋าเบากุ้ยและผู้อาวุโสของพวกเขาที่ทรงอำนาจ นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นมีเชื่อเสียงกวาดผ่านโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์และอยู่มานานอย่างต่อเนื่องด้วยอำนาจที่มหาศาล เมื่อวานการต่อสุ้ของหลี่ฉีเย่ได้เป็นการท้าทายเผ่าพันธ์ผี ดังนั้นวันนี้เมื่อกลุ่ของผู้เต๋าเบากุ้ยและผู้เชียวชาญมาถึง แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อหลุมฝังศพแห่งลางร้ายแต่เพื่อให้ความช่วยเหลือหลี่ฉีเย่ บางที่นิกายพันแม่น้ำหวนอาจจะต้องการให้โลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์รู้ว่า พวกเขาไม่เชื้อสายที่จะให้ใครก็ตามาดูถูก !
เต๋าเบากุ้ยและผู้อาวุโสมาหาหลานอวิ๋นจูทันทีที่มาถึง ผู้อาวุโสเต๋าเอ่ยอย่างกังวล " นายน้อยเป็นอย่างไรบ้าง ? "
หลังจากได้ฟังการท้าทายโลกของหลี่ฉีเย่ เต๋าเบากุ้ยก็ตกใจอย่างมาก เขานั้นไม่เพียงนำผู้อาวุโสมาแต่ยังเชิญท่านบรรพชนมาด้วย
" ตอนนี้เขาสบายดีและยังเก็บตัวบ่มเพาะ " หลานอวิ๋นจูรายงานสถานการณ์ของหลี่ฉีเย่ให้กับผู้อาวุโสและอาจารย์ของนาง
หลังจากได้ฟังรายงาน ผู้นำนิกายเต๋าตั้งตกตะลึงและโล่งใจ กระทั้งผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายแม่น้ำก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำ " น่ากลัวอย่างยิ่ง กระทั้งสามารถสังหารศัตรูนับหมื่นเพียงลำพัง...ไม่แปลกใจเลยทำไมท่านบรรพบุรุษถึงเลือกเขาเป็นผู้พิทักษ์ "
ผู้อาวุโสสูงสุดหยางเอ่ย " นิกายพันแม่น้ำหวนของเราเป็นหนึ่งนิกายที่มีสองอัจฉริยะ อวิ๋นจูนั้นเปล่งประกายพออยู่แล้ว และตอนนี้พวกเรายังมีคนอยางนายน้อย นี้เพียงพอที่จะต่อต้านกับตี๋เชาในการแบกเจตจำนงแห่งสวรรค์ ! " เขานั้นรุ้ว่าต้นไม้สารพัดฝันได้เลือกหลี่ฉีเย่ และตอนนี้หลี่ฉีเยได้แสดงความสามารถของเขาออกมา
เหล่าผู้อาวุโสนั้นมีความสุขอย่างมาก พวกเขานั้นคาดหวังไว้สูงกับหลานอวิ๋นจู ทว่านางในฐานะลูกหลานของนิกายแม่น้ำก็ยังไม่ได้กวาดผ่านโลกอย่างตี๋เชา นางนั้นบ่มเพาะทักษะลับตั้งแต่ยังเยาว์และสื่อกับคัมภีร์เจตจำนงแห่งสวรรค์ได้ ผู้อาวุโสเชื่อว่าในอนาคต หลานอวิ๋นจูจะไม่ด้อยไปกว่า ตี๋เชา , เทียนหุยหลี่ และฉานหยาง
ตอนนี้ได้อัจฉริยะที่ท้าทายสวรรค์อย่างหลี่ฉีเย่ขึ้นมา นิกายพันแม่น้ำหวนยิ่งมั่นใจเกี่ยวกับการแข่งขันเพื่อเจตจำนงแห่งสวรรค์ นิกายที่มีสองอัจฉริยะนั้นหายากยิ่ง
นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการเดินทางไกลในครั้งนี้ ขณะเดียวกันนิกายอื่นๆในชายแดนใต้ก็มารวมกันที่หน้าหลุมฝังศพ ในหมู่พวกเขาการมาถึงของบัลลังก์หมื่นกระดูกค่อนข้างจะพิเศษ
" ตูม ! " ด้วยแรงระเบิด ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่คล้ายกับมงกุฏของจักรพรรดิได้พุ่งลงมายังด้านหน้าของหลุมฝังศพแห่งลางร้าย กลิ่นอายอมตะหมุนวนรอบภูเขาลูกนี้ มันราวกับว่าภูเขานี้เป็นศูนย์กลางของสวรรค์และปฐพี
" กระทั้งภูเขาบรรพชนก็ยังมาที่นี่ ! " การได้เห็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้ทำให้หลายคนตกใจ บุคคลหรือกระทั้งนิกายก็ยังต้องหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้
ทว่าสุดท้าย หลี่ฉีเย่เพียงลำพังก็ฆ่าศัตรูทั้งหมดและทำให้เจ้าหญิงฟินิกซ์ล่าถอย เมฆสีดำมี่ปกคลุมเผ่าเงาหิมะอยู่ได้หายไป ทางออกเช่นนี้ทำให้สมาชิกเผ่าเงาหิมะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและส่งเสียงเชียร์
ฉิวหรงว่านเสวี่ยผู้ที่ยืนดูการต่อสู้จากระยะไกลอยู่นั้นกลายเป็นไร้คำพูด มีน้ำปรากฏอยู่บนหน้าของนาง หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่เป็นเพื่อเผ่าเงาหิมะ
ขณะที่เผ่ามนุษย์คนอื่นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและเอ่ย " ฮ่าฮ่าฮ่า ! เผ่ามนุษย์ของพวกเราจะกวาดผ่านศัตรูในยุคนี้และขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด ! "
มนุษย์หลายคนโห่ร้องสนับสนุนและเอ่ยอย่างตื่นเต้น " ถูกต้อง ! จากนี้ไปอัจฉริยะของเผ่าพันธ์เราจะเทียบได้กับสามวีรบุรุษของโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ ! "
บรรดาผู้ทีเสียใจมากที่สุดกับการต่อสู้ครั้งนี้ก็คือเผ่าพันธ์ผี หากพ่ายแพ้ต่อมนุษย์ในดินแดนเมฆเหินนั้นทำให้พวกเขาทำใจ เพราะนั้นเป็นที่ที่มนุษย์ทรงอำนาจ ทว่าที่นี่คือชายแดนใต้ ! ผู้เชียวชาญนับหมื่นร่วมมือกันก็ยังตกตายด้วยน้ำมือของหลี่ฉีเย่ หลี่ฉีเย่ได้สร้างชื่อเสียงของเขาผ่านการต่อสู้และทำลายความภูมิใจของเผ่าพันธ์ผี
เผ่าพันธ์ผีได้รับพิจรณาว่าเป็นผู้ปกครองโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะเมื่อสามวีรบุรุษในยุคของพวกเขากำลังส่องประกาย พวกเขามั่นใจว่าจักรพรดริอมตะของยุคนี้จะต้องมาจากเผ่าพันธ์ผี ดังนั้นมองไปยังเผ่าอื่นๆ อย่างมนุษย์หรือปีศาจ พวกเขาล้วนไม่อยู่ในสายตา
แต่วันนี้หลี่ฉีเย่กวาดผ่านศัตรูของเขาและทำให้เจ้าหญิงฟินิกซ์พ่ายแพ้ นี้ทำให้เผ่าพันธ์ผีที่หยิ่งยโสนั้นหน้าซีด การต่อสู้นี้ได้ทำลายความภาคภูมิใจทั้งหมดของพวกเขา
เมื่อหลี่ฉีเย่มาถึงจุดที่กลุ่มของหลานอวิ๋นจูยืนอยู่ นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " เฮ้ ท่านลุง ท่านจะมีชื่อเสียงอย่างมากหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ จากนี้ไปมีเพียงสามวีรบุรุษที่สามารถเทียบกับท่านได้ "
หลี่ฉีเย่มองไปที่นางและเอ่ย " สาวน้อย นี้เจ้ากำลังดูถูกข้าหรือไง นำขยะสามตัวนั้นมาอยู่ระดับเดียวกับข้า...นี้คิดว่าข้าเป็นใคร ? "
แม้ว่าทัศนคติของเขาจะหยิ่งยโส แต่ผู้อาวุโสชิและกลุ่มของศิษย์จากเผ่าเงาหิมะไม่คิดว่าเขาโอ้อวด
หลานอวิ๋นจูกลายเป็นขุ่นเคืองและเอ่ย " โอ้ว ท่านลุง ท่านไม่รู้จักการถ่อมตัวบ้างเลยหรือไง ? เพียงแค่การสรรเสริญเล็กน้อยท่านก็ตัวลอยแล้ว ท่านไม่อายบ้างหรือไง ? "
หลี่ฉีเย่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและเอ่ยกับฉิวหรงว่านเสวี่ย " กลับไปและควบคุมสถานการณ์ ศิษย์ของเจ้าต้องการหัวหน้าเผ่าเพื่อดูแลพวกเขา "
ฉิวหรงว่านเสวี่ยนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์และไร้คำเอ่ย ดวงตาของนางนั้นเต็มไปด้วยน้ำตาก่อนจะเอ่ย " ขอบคุณ "
กลุ่มของเผิงจางทั้งหกมองไปยังหลี่ฉีเย่ ในตอนแรกว่าเขาคิดว่าชายคนนี้เป็นเพียงคนธรรมดา พวกเขาไม่คาดว่าหลี่ฉีเย่จะเป็นคนที่กวาดผ่านโลกและขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกับสามวีรบุรุษ ดังนั้นพวกเขาจึงภูมิใจกับหลี่ฉีเย่อย่างมาก เผิงจางชูนิ้วโป้งก่อนจะเอ่ย " นายน้อย ไม่ หัวหน้าใหญ่ ท่านเป็นตัวตนอมตะอย่างแท้จริง ! ท่านน่าประทับใจอย่างมาก ! "
ทั้งหกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจกับการได้เป็นสหายของหลี่ฉีเย่และเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขามาช่วงเวลาหนึ่ง การดำรงอยู่ขอวสามวีรบุรุษทำให้มดตัวเล็กๆเช่นพวกเขาทำได้เพียงมองดู
หลังจากขอบคุณหลี่ฉีเย่ ฉิวหรงว่านเสวี่ยก็ได้นำกลุ่มของเผิงจางและผู้อาวุโสชิกลับไปยังเผ่าเงาหิมะอย่างรวดเร็ว หลังจากมีชีวิตรอดจากพายุครั้งนี้ เหล่าศิษย์ยังคงกังวลและการพึงพาฉิวหรงว่านเสวี่ยอย่างเร่งด่วน
หลังจากนางจากไป หลานอวิ๋นจูเอ่ยกับหลี่ฉีเย่ " กลุ่มของท่านอาจารย์อย่างน้อยจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ท่านจะเปิดหลุมฝังศพแห่งลางร้ายเลยหรือไม่ ? "
หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " ไม่ ข้าไม่ได้รีบร้อน ข้าได้เรียนรู้ทักษะมากมายและต้องทบทวน ข้าได้พบกับมุมมองใหม่ของการต่อสู้และบางทีข้าอาจจะสามารถสร้างทักษะอมตะได้ "
การต่อสู้เลือดครั้งนี้ได้กลั่นทุกสิ่งที่หลี่ฉีเย่มีและผสมพวกมันเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะหมื่นหัตถ์สยบเก้าโลก - มันไปถึงระดับสูงสุด เมล็ดพันธ์ของสุดยอดทักษะปรากฏอยุ่ในหัวของเขา ดังนั้นเขาจึงต้องการเวลาเพื่อที่จะเข้าใจผลลัพธ์ที่ได้จากการต่อสู้ครั้งนี้
" ข้าจะเฝ้าระวังให้ท่านเอง " หลานอวิ๋นจูไม่ได้เอ่ยอะไรมากและเตรียมความปลอดภัยให้เขาทันที นางทำตัวราวกับเป็นผู้พิทักษ์ของเขา
อย่างที่หลานอวิ๋นจูเอ่ย ชื่อเสียงของหลี่ฉีเย่ได้กระจายออกไปหลังจากการต่อสู้นี้เพียงข้ามคืน ชื่อเสียงของเขาได้กวาดไปทั่วชายแดนใต้และกลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับผู้ฝึกตน โดยเฉพาะคนที่เห็นการต่อสู้นั้นด้วยตาตัวเอง คนเหล่านี้มีโอกาสเห็นภาพเห็นการเหล่านั้นซ้ำๆในหัว
จอมโหดเหี้ยมหลี่ฉีเย่ - ฉายานี้ได้กวาดไปทุกที่ในช่วงเวลาสั้นๆ และไม่ได้ด้อยไปกว่าสามวีรบุรุษ
จอมโหดเหี้ยมหลี่ฉีเย่ เป็นความภาคภูมิใจของเผ่าพันธ์มนุษย์เรา ! " ผู้ฝึกตนมนุษย์บางคนเอ่ย
ขณะที่ผู้คนกำลังพูดคุยกันถึงเรื่อการต่อสุ้นี้ มันยังมีบางเรื่องที่ถูกยกขึ้นมานั้นก็คือการเปิดหลุมฝังศพแห่งลางร้าย มันยากที่จะเลี่ยงมือพูดถึงชื่อหลี่ฉีเย่
" หลี่ฉีเย่จะเปิดหลุมฝังศพแห่งลางร้ายเมื่อไหร่กัน ? " ไม่มีใครกล้าจะถามเขาโดยตรง ดังนั้นทุกคนทำได้เพียงคาดเดา
ทว่าผู้คนก็ยังรอจนกว่าเขาจะเปิดหลุมฝังศพ หลังจากการต่อสู้นิกายต่างๆ เริ่มไปตั้งค่ายกันอยู่หน้าหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ไม่กี่วันกลุ่มคนจำนวนมากก็มาตั้งค่ายและรอหลี่ฉีเย่เปิดหลุมฝังศพ
พวกเขาต้องการจะตามเขาเข้าไปภายใน แต่พวกเขาจะทำมันสำเร็จหรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตาของตนเอง
ข่าวของหลุมฝังศพที่กำลังจะเปิดได้แพร่กระจายไปทั่วโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็ว เชื้อสายจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนมุ่งไปยังชายแดนใต้
แม้แต่นิกายขนาดเล็กหรือผู้ฝึกตนพเนจรก็ยังรีบวิ่งมาโดยไม่สนค่าใช้จ่าย
หลุมฝังศพแห่งลางร้ายนั้นเต็มไปด้วยสิ่งล่อใจไร้ที่สิ้นสุดสำหรับผู้ฝึกตนในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ มีวิธีการเป็นิรันดร์ในตำนาน , เม็ดยาชรา และน้ำยาอมตะ สมบัติโบราณและแร่ศักดิ์สิทธิ์ - การสร้างใหม่เหล่านี้ภายในหลุมฝังศพจะนำพวกเขาไปสู่อนาคตใหม่
หลายนิกายและตระกูลได้รีบเร่งมาหลังจากได้ยินข่าว พวกเขากระทั้งส่งข้อความไปหาผู้นำนิกาย นิกายพันแม่น้ำหวนเป็นหนึ่งในนิกายที่มาถึงหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ช่วงเวลาที่พวกเขามาถึง มีปลาขนาดใหญ่แหวกว่ายอยู่เหนือชั้นฟ้า
"นิกายพันแม่น้ำหวนมาอยู่ที่นี่ หรือว่าเพื่อสนับสนุนหลี่ฉีเย่ ? " หลายนิกายตื่นตระหนกที่ได้เห็นเต๋าเบากุ้ยและผู้อาวุโสของพวกเขาที่ทรงอำนาจ นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นมีเชื่อเสียงกวาดผ่านโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์และอยู่มานานอย่างต่อเนื่องด้วยอำนาจที่มหาศาล เมื่อวานการต่อสุ้ของหลี่ฉีเย่ได้เป็นการท้าทายเผ่าพันธ์ผี ดังนั้นวันนี้เมื่อกลุ่ของผู้เต๋าเบากุ้ยและผู้เชียวชาญมาถึง แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อหลุมฝังศพแห่งลางร้ายแต่เพื่อให้ความช่วยเหลือหลี่ฉีเย่ บางที่นิกายพันแม่น้ำหวนอาจจะต้องการให้โลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์รู้ว่า พวกเขาไม่เชื้อสายที่จะให้ใครก็ตามาดูถูก !
เต๋าเบากุ้ยและผู้อาวุโสมาหาหลานอวิ๋นจูทันทีที่มาถึง ผู้อาวุโสเต๋าเอ่ยอย่างกังวล " นายน้อยเป็นอย่างไรบ้าง ? "
หลังจากได้ฟังการท้าทายโลกของหลี่ฉีเย่ เต๋าเบากุ้ยก็ตกใจอย่างมาก เขานั้นไม่เพียงนำผู้อาวุโสมาแต่ยังเชิญท่านบรรพชนมาด้วย
" ตอนนี้เขาสบายดีและยังเก็บตัวบ่มเพาะ " หลานอวิ๋นจูรายงานสถานการณ์ของหลี่ฉีเย่ให้กับผู้อาวุโสและอาจารย์ของนาง
หลังจากได้ฟังรายงาน ผู้นำนิกายเต๋าตั้งตกตะลึงและโล่งใจ กระทั้งผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายแม่น้ำก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำ " น่ากลัวอย่างยิ่ง กระทั้งสามารถสังหารศัตรูนับหมื่นเพียงลำพัง...ไม่แปลกใจเลยทำไมท่านบรรพบุรุษถึงเลือกเขาเป็นผู้พิทักษ์ "
ผู้อาวุโสสูงสุดหยางเอ่ย " นิกายพันแม่น้ำหวนของเราเป็นหนึ่งนิกายที่มีสองอัจฉริยะ อวิ๋นจูนั้นเปล่งประกายพออยู่แล้ว และตอนนี้พวกเรายังมีคนอยางนายน้อย นี้เพียงพอที่จะต่อต้านกับตี๋เชาในการแบกเจตจำนงแห่งสวรรค์ ! " เขานั้นรุ้ว่าต้นไม้สารพัดฝันได้เลือกหลี่ฉีเย่ และตอนนี้หลี่ฉีเยได้แสดงความสามารถของเขาออกมา
เหล่าผู้อาวุโสนั้นมีความสุขอย่างมาก พวกเขานั้นคาดหวังไว้สูงกับหลานอวิ๋นจู ทว่านางในฐานะลูกหลานของนิกายแม่น้ำก็ยังไม่ได้กวาดผ่านโลกอย่างตี๋เชา นางนั้นบ่มเพาะทักษะลับตั้งแต่ยังเยาว์และสื่อกับคัมภีร์เจตจำนงแห่งสวรรค์ได้ ผู้อาวุโสเชื่อว่าในอนาคต หลานอวิ๋นจูจะไม่ด้อยไปกว่า ตี๋เชา , เทียนหุยหลี่ และฉานหยาง
ตอนนี้ได้อัจฉริยะที่ท้าทายสวรรค์อย่างหลี่ฉีเย่ขึ้นมา นิกายพันแม่น้ำหวนยิ่งมั่นใจเกี่ยวกับการแข่งขันเพื่อเจตจำนงแห่งสวรรค์ นิกายที่มีสองอัจฉริยะนั้นหายากยิ่ง
นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการเดินทางไกลในครั้งนี้ ขณะเดียวกันนิกายอื่นๆในชายแดนใต้ก็มารวมกันที่หน้าหลุมฝังศพ ในหมู่พวกเขาการมาถึงของบัลลังก์หมื่นกระดูกค่อนข้างจะพิเศษ
" ตูม ! " ด้วยแรงระเบิด ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่คล้ายกับมงกุฏของจักรพรรดิได้พุ่งลงมายังด้านหน้าของหลุมฝังศพแห่งลางร้าย กลิ่นอายอมตะหมุนวนรอบภูเขาลูกนี้ มันราวกับว่าภูเขานี้เป็นศูนย์กลางของสวรรค์และปฐพี
" กระทั้งภูเขาบรรพชนก็ยังมาที่นี่ ! " การได้เห็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้ทำให้หลายคนตกใจ บุคคลหรือกระทั้งนิกายก็ยังต้องหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น