ตอนที่ 514 หินโชคชะตาภายในภูเขามังกร
" ย่อมได้ " หลี่ฉีเย่กล่าวหยอกล้อนาง " เพราะว่าเจ้านั้นเป็นคู่หมั้นของข้า ข้าจะให้เจ้ายืมมือ หากข้าสามารถหาหินผสานที่เหมาะสมกับเจ้าได้ เจ้าจะตอบแทนข้าอย่างไร ? ด้วยร่างกาย ? " หลี่ฉีเย่ค่อยๆสัมผัสไปที่คางของนาง
หลานอวิ๋นจูจ้องมองเขาอย่างมีเสน่ห์และเอ่ยพร้อมหัวเราะ " ท่านลุง ท่านอยากเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อน ? มาตราฐานของข้านั้นสูงมาก และท่านอาจจะไม่ใช่คนที่ข้าชอบ "
หลี่ฉีเย่ปัดผมตรงหน้าผาของนางก่อนจะเอ่ย " สาวน้อย อย่าได้หยอกล้อข้าไม่เช่นนั้นข้าจะลิ้มรสเจ้าจริงๆ " คำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้นางเขินอาย นางนั้นทำเพียงแค่เหลือบมองเขา
พวกเขาทั้งสองนั้นเดินขึ้นไปบนภูเขา ด้านล่างของพวกเขาเป็นหินที่สดใสและมีรูปร่างแตกต่างกัน
ทั้งสองเริ่มมองไปยังหินเหล่านี้ บางก้อนนั้นมีรูปร่างของโลหะที่ถูกเผาไหม้ บางก้อนดูคล้ายกับอัญมณี หนึ่งนั้นส่องแสงทองคำอมตะศักดิ์สิทธิ์...
แม้ว่าพวกจะถูกเรียกว่าเทพหินโชคชะตา พวกมันก็ไม่ใช่ชิ้นส่วนของหิน พวกมันแค่รูปร่างคล้ายกับหิน แต่ส่วนใหญ่นั้นเป็นโลหะศักดิ์สิทธิ์
ก้าวผ่านหินโชคชะตาจำนวนมากทำให้หัวใจของใครหลายคนเต้นรัว พวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความปราถนา
หลี่ฉีเย่และหลานอวิ๋นจูไม่ใช่กลุ่มเดียวที่อยู่ในภูเขามังกรศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ ผู้ฝึกตนจำนวนมากล้วนอยู่ที่นี่ บางคนนั้นมาเพียงลำพังขณะที่บางคนนั้นมาเป็นกลุ่มสามถึงห้าคน แม้แต่บางนิกายก็ยังนำคนทั้งหมดมาทดสอบโชคของพวกเขา
การมาถึงของหลี่ฉีเย่และหลานอวิ๋นจู ทำให้หลายคนจ้องมองพวกเขา " โจมโหดหลี่ฉีเย่และเทพธิดาหลานจากนิกายพันแม่น้ำ..."
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงหลี่ฉีเย่เพราะชื่อเสียงของพึงเพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี่ ด้วยการต่อสู้หนึ่งสังหารหมื่น ทำให้ผู้ฝึกตนเผ่าผีต้องระวังเขาอย่างมาก
มันเหมือนกับหลานอวิ๋นจู นางนั้นเป็นสาวงามที่มีชื่อเสียงในดินแดนเมฆเหินและแม้แต่โลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ นางนั้นเป็นลูกหลานของนิกายพันแม่น้ำที่มีความสามารถคู่เซียน นี้ทำให้ชื่อเสียงของนางแพร่กระจายยิ่งกว่าเดิม บางคนนั้นพิจรณาว่าหลานอวิ๋นจูและเจ้าหญิงฟินิกซ์นั้นเป็นสองสุดยอดสาวงามในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์
หลานอวิ๋นจูนั้นมีผู้ชื่นชอบนางหลายคนอยู่ที่นี่ ดังนั้นการที่นางมาที่นีจึงเป็นเรื่องน่าดึงดูดอย่างมาก
" หรือว่าจอมโหดหลี่ฉีเย่และเทพธิดาหลานมาที่นี่เพื่อทดสอบโชค ? " บางคนอดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็นหลังจากเห็นทั้งสอง
เผ่าพันผีที่ไม่ชอบหลี่ฉีเย่ทำได้เพียงเอ่ยเยาะเย้ย " เหอะ สารเลวเช่นเจ้าคนแซ่หลี่ แน่นอนว่าเขาต้องมาที่นี่เพื่อทดสอบโชค คนเช่นต้องการโชคอยู่เสมอ "
ผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์แค่นเสียงเย็นชา " เหอะ ตี๋เชาคงพวกเจ้าก็อยู่ทีนี่ เพียงก่อนหน้านี้เขาก็มาที่นี่เพื่อทดสอบโชค "
เผ่าผีนั้นกลายเป็นหงุดหงิดและไม่ได้โต้แย้งกลับ
หลานอวิ๋นจูก้าวขึ้นไปบนทาแยกของหินโชคชะตา แม้ว่ามันจะมีหินโชคชะตาระดับค่ำหรือที่มีน้อยกว่าสี่ตัวอักษรอยู่ที่นี่ แต่มันก็น่าเสียดายหากจะไม่นำมันกลับไป นอกจากนี้การกระทำนี้ง่ายมากและไม่จำเป็นต้องได้รับการยอมรับ
หลานอวิ๋นจู่รู้สึกว่ามันเป็นการเสียเปล่าหากจะปฏิเสธพวกมัน ดังนั้นนางจึงเลือกบางส่วนเพื่อนำมันกลับ แม้ว่านางจะไม่ได้ใช้พวกมัน นางก็สามารถมอบมันให้กับศิษย์ธรรมดาของนิกายได้
ทว่าหลี่ฉีเย่หยุดการกระทำของนางก่อนจะส่ายหัวและเอ่ย " พวกเราไม่ควรมาเสียเวลากับหินโชคชะตาระดับนี้ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ของพวกนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเอาออกไปง่ายๆโดยเฉพาะที่นี่คือภูเขามังกรศักดิ์สิทธิ์ หินโชคชะตาธรรมดาจะมีแมลงกินโลหะคุ้มครองพวกมัน พวกมันซ่อนตัวอยู่ใต้หินเหล่านี้ ดังนั้นหากเจ้าหยิบมันขึ้นมา แมลงเหล่านั้นจะบินออกมา "
หลานอวิ๋นจูกลายเป็นสั่นสะท้านหลังจากเห็นก้อนหินจะนวนมากภายใต้ฝ่าเท้า นางสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ยถาม " หินเหล่านี้ทั้งหมดล้วนมีแมลงกินโลหะเฝ้าพวกมันอยู่ ? " ในเวลานี้นางก็ตระหนักได้ว่าพวกเขาไม่ได้ยืนอยู่บนก้อนหิน แต่ยังยืนอยู่บนรังของแมลง บางที่ภุเขาทั้งหมดนี้อาจจะเป็นรังของพวกมัน สันหลังของนางเสียววาบทมือคิดถึงจำนวนของแมลงเหล่านั้น
หลี่ฉีเย่มองการแสดงของนางออกและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " ไม่ต้องกังวล หากเจ้าไม่ได้นำหินที่ต่ำกว่าสี่ตัวอักษรพวกนี้ออกไป แมลงพวกนั้นก็จะไม่เริ่มโจมตีเจ้า "
เมื่อได้ยินเช่นนี้นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะนางได้เห็นแมลงที่น่ากลัวเหล่านั้นมาก่อนหน้า เพียงน้อยนิดนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่พวกมันนั้นมาเป็นฝูง
ผู้ที่มาที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพื่อตามหาหินโชคชะตาธรรมดา เพราะพวกเขาสามารถหามันได้โดยง่าย ผู้คนนั้นไม่ต้องการเสียโอกาสในชีวิตในการได้รับหินโชคชะตาที่ดีที่สุด
ผู้ฝึกตนนั้นไม่ได้หยุดอยู่ด้านล่างของภูเขากลับกันพวกเขาเข้าไปยังกลางภูเขา ที่ตรงนั้นจะมีหินโชคชะตามากกว่าสี่ตัวอักษร บางอันมีกระทั้งเจ็ดตัวอักษร
ผู้นำนิกายคนหนึ่งนำกลุ่มของศิษย์ขึ้นไปยังด้านบน ผู้นำนิกายเอ่ยแก่เหล่าศิษย์ " เวลาเป็นของล้ำค่า มองหาเทพหินโชคชะตาและลองดูว่าพวกมันยอมรับเจ้าหรือไม่ "
ระหว่างที่พวกเขาเดินทางมา เหล่าศิษย์ล้วนเห็นหินธรรมดาจำนวนมากและรู้ว่าพวกมันเสียของจนแทบไม่อาจะหยุดตัวเองได้ ทว่าผู้นำนิกายได้สังเกตเห็นเรื่องนี้และตำหนิเขา " ปีศาจน้อย มานี้ อย่าได้เสียเวลาที่นี่และทำให้ชีวิตเจ้าอยู่ในอันตราย ! การดำรงอยู่ของหินโชคชะตาเหล่านี้มีแมลงกินโลหะอยู่ด้วยและปกป้องพวกมัน ! มันไม่คุ้มค่ากับชีวิตของเจ้า ! "
ภายใต้คำสั่งของผู้นำนิกาย พวกเขาทั้งหมดก็เข้ามายังกลางภูเขาได้อย่างปลอดภัย ศิษย์หลายคนเริ่มมองเห็นหินโชคชะตารูปแบบสมบูรณ์และเทพหิตโชคชะตา เพื่อทำให้มันยอมรับ
แน่นนอว่ามันย่อมมีผู้ที่เหนื่อยจะมีชีวิตอยู่ปนอยู่ด้วย พวกเขามาถึงภูเขามังกรศักดิ์สิทธิ์และสายตาของพวกเขาก็เป็นประกาย จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม " ข้าตั้งใจที่จะก่อตั้งนิกาย หินเหล่านี้ทั้งหมดต้องเป็นของข้า "
จากนั้นเขาก็เหวี่ยงแขนของเขาและเก็บหินนับสิบขึ้นมาในเวลาเดียวกัน...
" หึ่งง ! " แมลงกินโลหะฝูงหนึ่งบินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
องค์รักษ์เทพสวรรค์คนนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจและพ่นไฟหยางออกมาจากปากของเขา ภายในพริบตาเปลวไฟได้ทำลายแมลงไปเป็นจำนวนมาก จากนั้นเขาก็คำรามอย่างกล้าหาญ " แมลงล้วนเป็นสิ่งไร้ค่าต่อหน้าข้า ! "
จากนั้น เขาก็หยิบขวดออกมาและเปิดมันเพื่อจะเก็บหินทั้งหมด
" หึ่งง ! " ทว่าในเวลานี้มีแมลงกินโลหะที่ใหญ่กว่าตัวเมื่อครู่ออกมา
ผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ใกล้กลายเป็นตื่นตระหนกเมื่อพวกเขาเห็นแมลงตัวนี้ " พระเจ้า มันคือราชาแมลงกินโลหะ ! "
องค์รักษ์เทพสวรรค์คนนี้หัวเราะเยาะเย้ย " แมลงตัวกระจอบนี้กล้าจะยโสต่อหน้าข้า ? " เขานั้นต้องการจะเอาชนะมันด้วยไฟหยางเหมือนก่อนหน้าทว่าเขากลับกรีดร้องออกมาแทน " อ้ากกก ! "
ราชาแมลงกินโลหะนั้นไม่ได้สนใจไฟหยางและบินทะลุมายังร่างขององค์รักษ์เทพสวรรค์ทันที
" กร็อบ กร๊อบ ! " องค์รักษ์เทพสวรรค์คนนี้ถูกกินโดยแมลงโดยไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ฉากนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง องค์รักษ์เทพสวรรค์ก็ยังไม่มีอำนาจพอที่จะสู้กับราชาแมลงกินโลหะได้ - นี้มันมีอำนาจขนาดใดกัน ?
รอจนกระทั้งแมลงกินโลหะนั้นบินกลับไปยังหลุมของมัน ทุกอย่างจึงกลับมาปกติ
" ฮ่าฮ่า นี้เป็นผลจากความหยิ่งยโส " ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเอ่ย " สองวันก่อนมีราชันเทพสวรรค์ที่มั่นใจในตัวเองมาเก็บหินโชคชะตาและเผชิญหน้ากับราชาแมลง และราชาแมลงได้กินเขาอย่างสมบูรณ์ เช่นนั้นองค์รักษ์เทพสวรรค์นี้จะต่อต้านอะไรได้ ? "
ผู้ฝึกตนบางคนหน้าซีดและเอ่ย " แมลงเหล่าานี้นั้นโหดร้ายเกินไป ข้าได้ยินมาว่าสี่ราชันเทพสวรรค์ของบึ้งไร้เขตแดนได้รวมพลังกันเปิดถ้ำที่ถูกผนึก และพวกเขาพบกับราชาแมลง ทั้งสี่คนนั้นทิ้งสมบัติและหนีทันที "
หลังจากได้เห็นชะตากรรมขององค์รักษ์เทพสวรรค์แล้ว ผู้ฝึกตนที่เหลือล้วนไม่กล้าจะสมบัติกับหินโชคชะตาธรรมดาเหล่านี้อีก การสูญเสียชีวิตเพื่อหินเหล่านี้นั้นไม่คุ้มค่า
ทว่าฉากดังกล่าวนั้นเป็นเพียงแค่การโหมโรงเท่านั้น ผู้คนนั้นสงบจิตใจลงและวิ่งไปทั่วภูเขาเพื่อหาหินของตัวเอง
ในเวลานี้มีบางคนประสบความสำเร็จ ผู้ฝึกตนคนหนึ่งตะโกนอย่างตื่นเต้น " ฮ่าฮ่า ! ข้าได้รับหินโชคชะตาหกตัวอักษร ! " เขาจากนั้นก็วางมือบนก้อนหิน หินนั้นราวกับมีชีวิตก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนฝ่ามือของผู้ฝึกตนคนนั้น
ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์บางคนมีโชคที่และได้รับการยอมรับจากหินโชคชะตาที่นี่ หินเหล่านั้นกระโดดไปรอบตัวพวกเขา แต่ผู้ฝึกตนคนนั้นไม่รู้ว่าจะเลือกก้อนใดดี
อาจารย์ของเขาที่มีเคราสีขาว ได้เห็นลูกศิษย์ของเขาได้รับการยอมรับจากหินสามก้อนเอ่ยขึ้น " ฮัวซี เจ้ามีความสามารถที่ได้รับการยอมรับจากมันทั้งสาม หนึ่งในนั้นเป็นกระทั้งหินโชคชะตาหกตัวอักษร ! "
" ย่อมได้ " หลี่ฉีเย่กล่าวหยอกล้อนาง " เพราะว่าเจ้านั้นเป็นคู่หมั้นของข้า ข้าจะให้เจ้ายืมมือ หากข้าสามารถหาหินผสานที่เหมาะสมกับเจ้าได้ เจ้าจะตอบแทนข้าอย่างไร ? ด้วยร่างกาย ? " หลี่ฉีเย่ค่อยๆสัมผัสไปที่คางของนาง
หลานอวิ๋นจูจ้องมองเขาอย่างมีเสน่ห์และเอ่ยพร้อมหัวเราะ " ท่านลุง ท่านอยากเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อน ? มาตราฐานของข้านั้นสูงมาก และท่านอาจจะไม่ใช่คนที่ข้าชอบ "
หลี่ฉีเย่ปัดผมตรงหน้าผาของนางก่อนจะเอ่ย " สาวน้อย อย่าได้หยอกล้อข้าไม่เช่นนั้นข้าจะลิ้มรสเจ้าจริงๆ " คำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้นางเขินอาย นางนั้นทำเพียงแค่เหลือบมองเขา
พวกเขาทั้งสองนั้นเดินขึ้นไปบนภูเขา ด้านล่างของพวกเขาเป็นหินที่สดใสและมีรูปร่างแตกต่างกัน
ทั้งสองเริ่มมองไปยังหินเหล่านี้ บางก้อนนั้นมีรูปร่างของโลหะที่ถูกเผาไหม้ บางก้อนดูคล้ายกับอัญมณี หนึ่งนั้นส่องแสงทองคำอมตะศักดิ์สิทธิ์...
แม้ว่าพวกจะถูกเรียกว่าเทพหินโชคชะตา พวกมันก็ไม่ใช่ชิ้นส่วนของหิน พวกมันแค่รูปร่างคล้ายกับหิน แต่ส่วนใหญ่นั้นเป็นโลหะศักดิ์สิทธิ์
ก้าวผ่านหินโชคชะตาจำนวนมากทำให้หัวใจของใครหลายคนเต้นรัว พวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความปราถนา
หลี่ฉีเย่และหลานอวิ๋นจูไม่ใช่กลุ่มเดียวที่อยู่ในภูเขามังกรศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ ผู้ฝึกตนจำนวนมากล้วนอยู่ที่นี่ บางคนนั้นมาเพียงลำพังขณะที่บางคนนั้นมาเป็นกลุ่มสามถึงห้าคน แม้แต่บางนิกายก็ยังนำคนทั้งหมดมาทดสอบโชคของพวกเขา
การมาถึงของหลี่ฉีเย่และหลานอวิ๋นจู ทำให้หลายคนจ้องมองพวกเขา " โจมโหดหลี่ฉีเย่และเทพธิดาหลานจากนิกายพันแม่น้ำ..."
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงหลี่ฉีเย่เพราะชื่อเสียงของพึงเพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี่ ด้วยการต่อสู้หนึ่งสังหารหมื่น ทำให้ผู้ฝึกตนเผ่าผีต้องระวังเขาอย่างมาก
มันเหมือนกับหลานอวิ๋นจู นางนั้นเป็นสาวงามที่มีชื่อเสียงในดินแดนเมฆเหินและแม้แต่โลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ นางนั้นเป็นลูกหลานของนิกายพันแม่น้ำที่มีความสามารถคู่เซียน นี้ทำให้ชื่อเสียงของนางแพร่กระจายยิ่งกว่าเดิม บางคนนั้นพิจรณาว่าหลานอวิ๋นจูและเจ้าหญิงฟินิกซ์นั้นเป็นสองสุดยอดสาวงามในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์
หลานอวิ๋นจูนั้นมีผู้ชื่นชอบนางหลายคนอยู่ที่นี่ ดังนั้นการที่นางมาที่นีจึงเป็นเรื่องน่าดึงดูดอย่างมาก
" หรือว่าจอมโหดหลี่ฉีเย่และเทพธิดาหลานมาที่นี่เพื่อทดสอบโชค ? " บางคนอดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็นหลังจากเห็นทั้งสอง
เผ่าพันผีที่ไม่ชอบหลี่ฉีเย่ทำได้เพียงเอ่ยเยาะเย้ย " เหอะ สารเลวเช่นเจ้าคนแซ่หลี่ แน่นอนว่าเขาต้องมาที่นี่เพื่อทดสอบโชค คนเช่นต้องการโชคอยู่เสมอ "
ผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์แค่นเสียงเย็นชา " เหอะ ตี๋เชาคงพวกเจ้าก็อยู่ทีนี่ เพียงก่อนหน้านี้เขาก็มาที่นี่เพื่อทดสอบโชค "
เผ่าผีนั้นกลายเป็นหงุดหงิดและไม่ได้โต้แย้งกลับ
หลานอวิ๋นจูก้าวขึ้นไปบนทาแยกของหินโชคชะตา แม้ว่ามันจะมีหินโชคชะตาระดับค่ำหรือที่มีน้อยกว่าสี่ตัวอักษรอยู่ที่นี่ แต่มันก็น่าเสียดายหากจะไม่นำมันกลับไป นอกจากนี้การกระทำนี้ง่ายมากและไม่จำเป็นต้องได้รับการยอมรับ
หลานอวิ๋นจู่รู้สึกว่ามันเป็นการเสียเปล่าหากจะปฏิเสธพวกมัน ดังนั้นนางจึงเลือกบางส่วนเพื่อนำมันกลับ แม้ว่านางจะไม่ได้ใช้พวกมัน นางก็สามารถมอบมันให้กับศิษย์ธรรมดาของนิกายได้
ทว่าหลี่ฉีเย่หยุดการกระทำของนางก่อนจะส่ายหัวและเอ่ย " พวกเราไม่ควรมาเสียเวลากับหินโชคชะตาระดับนี้ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ของพวกนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเอาออกไปง่ายๆโดยเฉพาะที่นี่คือภูเขามังกรศักดิ์สิทธิ์ หินโชคชะตาธรรมดาจะมีแมลงกินโลหะคุ้มครองพวกมัน พวกมันซ่อนตัวอยู่ใต้หินเหล่านี้ ดังนั้นหากเจ้าหยิบมันขึ้นมา แมลงเหล่านั้นจะบินออกมา "
หลานอวิ๋นจูกลายเป็นสั่นสะท้านหลังจากเห็นก้อนหินจะนวนมากภายใต้ฝ่าเท้า นางสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ยถาม " หินเหล่านี้ทั้งหมดล้วนมีแมลงกินโลหะเฝ้าพวกมันอยู่ ? " ในเวลานี้นางก็ตระหนักได้ว่าพวกเขาไม่ได้ยืนอยู่บนก้อนหิน แต่ยังยืนอยู่บนรังของแมลง บางที่ภุเขาทั้งหมดนี้อาจจะเป็นรังของพวกมัน สันหลังของนางเสียววาบทมือคิดถึงจำนวนของแมลงเหล่านั้น
หลี่ฉีเย่มองการแสดงของนางออกและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " ไม่ต้องกังวล หากเจ้าไม่ได้นำหินที่ต่ำกว่าสี่ตัวอักษรพวกนี้ออกไป แมลงพวกนั้นก็จะไม่เริ่มโจมตีเจ้า "
เมื่อได้ยินเช่นนี้นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะนางได้เห็นแมลงที่น่ากลัวเหล่านั้นมาก่อนหน้า เพียงน้อยนิดนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่พวกมันนั้นมาเป็นฝูง
ผู้ที่มาที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพื่อตามหาหินโชคชะตาธรรมดา เพราะพวกเขาสามารถหามันได้โดยง่าย ผู้คนนั้นไม่ต้องการเสียโอกาสในชีวิตในการได้รับหินโชคชะตาที่ดีที่สุด
ผู้ฝึกตนนั้นไม่ได้หยุดอยู่ด้านล่างของภูเขากลับกันพวกเขาเข้าไปยังกลางภูเขา ที่ตรงนั้นจะมีหินโชคชะตามากกว่าสี่ตัวอักษร บางอันมีกระทั้งเจ็ดตัวอักษร
ผู้นำนิกายคนหนึ่งนำกลุ่มของศิษย์ขึ้นไปยังด้านบน ผู้นำนิกายเอ่ยแก่เหล่าศิษย์ " เวลาเป็นของล้ำค่า มองหาเทพหินโชคชะตาและลองดูว่าพวกมันยอมรับเจ้าหรือไม่ "
ระหว่างที่พวกเขาเดินทางมา เหล่าศิษย์ล้วนเห็นหินธรรมดาจำนวนมากและรู้ว่าพวกมันเสียของจนแทบไม่อาจะหยุดตัวเองได้ ทว่าผู้นำนิกายได้สังเกตเห็นเรื่องนี้และตำหนิเขา " ปีศาจน้อย มานี้ อย่าได้เสียเวลาที่นี่และทำให้ชีวิตเจ้าอยู่ในอันตราย ! การดำรงอยู่ของหินโชคชะตาเหล่านี้มีแมลงกินโลหะอยู่ด้วยและปกป้องพวกมัน ! มันไม่คุ้มค่ากับชีวิตของเจ้า ! "
ภายใต้คำสั่งของผู้นำนิกาย พวกเขาทั้งหมดก็เข้ามายังกลางภูเขาได้อย่างปลอดภัย ศิษย์หลายคนเริ่มมองเห็นหินโชคชะตารูปแบบสมบูรณ์และเทพหิตโชคชะตา เพื่อทำให้มันยอมรับ
แน่นนอว่ามันย่อมมีผู้ที่เหนื่อยจะมีชีวิตอยู่ปนอยู่ด้วย พวกเขามาถึงภูเขามังกรศักดิ์สิทธิ์และสายตาของพวกเขาก็เป็นประกาย จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม " ข้าตั้งใจที่จะก่อตั้งนิกาย หินเหล่านี้ทั้งหมดต้องเป็นของข้า "
จากนั้นเขาก็เหวี่ยงแขนของเขาและเก็บหินนับสิบขึ้นมาในเวลาเดียวกัน...
" หึ่งง ! " แมลงกินโลหะฝูงหนึ่งบินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
องค์รักษ์เทพสวรรค์คนนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจและพ่นไฟหยางออกมาจากปากของเขา ภายในพริบตาเปลวไฟได้ทำลายแมลงไปเป็นจำนวนมาก จากนั้นเขาก็คำรามอย่างกล้าหาญ " แมลงล้วนเป็นสิ่งไร้ค่าต่อหน้าข้า ! "
จากนั้น เขาก็หยิบขวดออกมาและเปิดมันเพื่อจะเก็บหินทั้งหมด
" หึ่งง ! " ทว่าในเวลานี้มีแมลงกินโลหะที่ใหญ่กว่าตัวเมื่อครู่ออกมา
ผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ใกล้กลายเป็นตื่นตระหนกเมื่อพวกเขาเห็นแมลงตัวนี้ " พระเจ้า มันคือราชาแมลงกินโลหะ ! "
องค์รักษ์เทพสวรรค์คนนี้หัวเราะเยาะเย้ย " แมลงตัวกระจอบนี้กล้าจะยโสต่อหน้าข้า ? " เขานั้นต้องการจะเอาชนะมันด้วยไฟหยางเหมือนก่อนหน้าทว่าเขากลับกรีดร้องออกมาแทน " อ้ากกก ! "
ราชาแมลงกินโลหะนั้นไม่ได้สนใจไฟหยางและบินทะลุมายังร่างขององค์รักษ์เทพสวรรค์ทันที
" กร็อบ กร๊อบ ! " องค์รักษ์เทพสวรรค์คนนี้ถูกกินโดยแมลงโดยไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ฉากนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง องค์รักษ์เทพสวรรค์ก็ยังไม่มีอำนาจพอที่จะสู้กับราชาแมลงกินโลหะได้ - นี้มันมีอำนาจขนาดใดกัน ?
รอจนกระทั้งแมลงกินโลหะนั้นบินกลับไปยังหลุมของมัน ทุกอย่างจึงกลับมาปกติ
" ฮ่าฮ่า นี้เป็นผลจากความหยิ่งยโส " ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเอ่ย " สองวันก่อนมีราชันเทพสวรรค์ที่มั่นใจในตัวเองมาเก็บหินโชคชะตาและเผชิญหน้ากับราชาแมลง และราชาแมลงได้กินเขาอย่างสมบูรณ์ เช่นนั้นองค์รักษ์เทพสวรรค์นี้จะต่อต้านอะไรได้ ? "
ผู้ฝึกตนบางคนหน้าซีดและเอ่ย " แมลงเหล่าานี้นั้นโหดร้ายเกินไป ข้าได้ยินมาว่าสี่ราชันเทพสวรรค์ของบึ้งไร้เขตแดนได้รวมพลังกันเปิดถ้ำที่ถูกผนึก และพวกเขาพบกับราชาแมลง ทั้งสี่คนนั้นทิ้งสมบัติและหนีทันที "
หลังจากได้เห็นชะตากรรมขององค์รักษ์เทพสวรรค์แล้ว ผู้ฝึกตนที่เหลือล้วนไม่กล้าจะสมบัติกับหินโชคชะตาธรรมดาเหล่านี้อีก การสูญเสียชีวิตเพื่อหินเหล่านี้นั้นไม่คุ้มค่า
ทว่าฉากดังกล่าวนั้นเป็นเพียงแค่การโหมโรงเท่านั้น ผู้คนนั้นสงบจิตใจลงและวิ่งไปทั่วภูเขาเพื่อหาหินของตัวเอง
ในเวลานี้มีบางคนประสบความสำเร็จ ผู้ฝึกตนคนหนึ่งตะโกนอย่างตื่นเต้น " ฮ่าฮ่า ! ข้าได้รับหินโชคชะตาหกตัวอักษร ! " เขาจากนั้นก็วางมือบนก้อนหิน หินนั้นราวกับมีชีวิตก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนฝ่ามือของผู้ฝึกตนคนนั้น
ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์บางคนมีโชคที่และได้รับการยอมรับจากหินโชคชะตาที่นี่ หินเหล่านั้นกระโดดไปรอบตัวพวกเขา แต่ผู้ฝึกตนคนนั้นไม่รู้ว่าจะเลือกก้อนใดดี
อาจารย์ของเขาที่มีเคราสีขาว ได้เห็นลูกศิษย์ของเขาได้รับการยอมรับจากหินสามก้อนเอ่ยขึ้น " ฮัวซี เจ้ามีความสามารถที่ได้รับการยอมรับจากมันทั้งสาม หนึ่งในนั้นเป็นกระทั้งหินโชคชะตาหกตัวอักษร ! "
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น